ทำให้คนอื่นปล่อยวางความระวังในใจไปได้อย่างง่ายดาย
ปัญญาชนยังไม่ใช่คนเจ้าเล่ห์ไปเสียทั้งหมด เมื่อมาพบหนอนตำราเหมือนกันกลับเข้ากันได้ดี
ทันใดนั้น เย่อวี๋หรานก็ตัดสินใจได้แล้ว
ด้วยเหตุนี้ เมื่อจูชีตรงไปยังจุดรายงานตัว เย่อวี๋หรานจึงส่งสายตาให้จูซาน ลดฝีเท้าลงเดินตามหลังเขา
จูชีไม่ได้สังเกต เดินตรงผ่านประตูบานนั้นเข้าไปข้างใน
เบื้องหลังประตูบานนั้นมีโต๊ะตัวหนึ่ง อาจารย์สูงวัยที่หนวดเคราและผมสีขาวดอกเลาท่านหนึ่งกำลังอ่านตำราอยู่ เมื่อเห็นคนเข้ามาก็เงยหน้าขึ้น “ศิษย์ใหม่ใช่ไหม?”
“ขอรับ” เมื่อเห็นอาจารย์ จูชีก็เหยียดหลังตรงสำรวมกิริยา
ช่วยไม่ได้นี่นา นี่เป็นปฏิกิริยาตอบสนองโดยสัญชาตญาณที่ฝึกฝนมาจากตอนอยู่ในสำนักศึกษาสกุลเสิน…ต้องแสดงความเคารพต่อผู้เป็นอาจารย์
“ภูมิลำเนา ชื่อแซ่”
“ตำบลอันจิ่ว จูซุ่นเต๋อ” จูชีตอบพลางลอบสังเกตอาจารย์ผู้นั้น
ยังดี ๆ อาจารย์ท่านนี้ท่าทางใจดี ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เขาคิด
รู้สึกเหมือนอีกฝ่ายไม่ ‘ดุ’ เท่าอาจารย์เสิน
อาจารย์เสินที่ถูกกล่าวหาว่า ‘ดุ’ “…”
ทั้งสำนักศึกษามีข้าเป็นอาจารย์อยู่คนเดียว ถ้าข้าไม่เข้มงวดสักหน่อย พวกเจ้ายังจะเชื่อฟังอยู่หรือ?
อาจารย์ผู้เฒ่าหยิบรายชื่อขึ้นมา มองไปทางเขาอีกครั้ง “เสี้ยนอั้นโฉ่วจากตำบลอันจิ่ว?”
“ขอรับ”
“แม้ว่าเป็นเสี้ยนอั้นโฉ่วแล้วก็จะได้เป็นซิ่วไฉไปโดยปริยาย ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมการสอบฝู่ซื่อและเยวี่ยนซื่อ แต่คนหนุ่มที่มีปณิธาน