งานตัวหรือยัง?”
“ท่านก็เห็นว่าข้าไม่ได้แบกกล่องตำรามาด้วย ย่อมต้องไปรายงานตัวมาแล้ว” ลู่ไถกล่าว “ข้าจะไปโจวเสวียพอดี พวกเราไปด้วยกันเถอะ”
แล้วหันไปทางเย่อวี๋หรานกับจูซานที่อยู่ข้าง ๆ ถามจูชีว่าสองท่านนี้คือมารดากับพี่ชายของเขาใช่หรือไม่
จูชีพยักหน้า แนะนำแต่ละคนอีกรอบ
ลู่ไถทักทายเย่อวี๋หรานกับจูซาน
มีคนคุ้นเคยนำทาง คนสกุลจูก็ประหยัดแรงไปได้มาก
เมื่อวานลู่ไถไปรายงานตัวมาแล้วจึงทราบขั้นตอนเป็นอย่างดี
เขานำทางทุกคนไปยังจุดรายงานตัวศิษย์ใหม่ ชี้ไปที่ประตูบานหนึ่งพลางเอ่ยว่า “ตรงนั้นคือจุดรายงานตัว สหายจูตรงไปที่นั่นก็ถึงแล้ว ข้าน้อยไม่รบกวนเวลาพวกท่านไปจัดการธุระแล้ว สหายจูจัดการธุระเสร็จเรียบร้อย พวกเราค่อยไปดื่มชาด้วยกันสองคน ข้าพักอยู่ที่…ถึงตอนนั้นสหายจูไปหาข้าที่นั่นก็ได้”
“ข้าพักอยู่ที่…” จูชีบอกที่พักของตนเองแก่อีกฝ่าย พลางเอ่ยต่อไปว่า “ท่านก็มาหาข้าที่นี่ได้เหมือนกัน”
……
ขณะที่จูชีโอภาปราศรัยกับคนอื่น เย่อวี๋หรานกับจูซานไม่ได้พูดอะไร เพียงยืนนิ่งทำตัวเป็นกำแพงประกอบฉากไปอย่างเงียบ ๆ
เห็นจูชีตอบโต้ได้เป็นธรรมชาติเช่นนั้น เย่อวี๋หรานค่อยผ่อนลมหายใจออกมาเบา ๆ
ไม่ได้แย่เหมือนที่คิดไว้นี่นา!
นางกังวลมาตลอดว่าจูชีใสซื่อบริสุทธิ์ อาจรับมือเรื่องพวกนี้ไม่ไหว คิดไม่ถึงว่าเอาเข้าจริงทุกอย่างก็ไม่ได้แย่ดังที่นางคิด
จูชีอาจไม่ได้ฉลาดทันคนเหมือนพี่สามของเขา แต่ความใสซื่อและซื่อตรงของเขากลับ