ักศึกษาก็ถามเขาว่า “นอกจากสอนหนังสือแล้ว ท่านยังสอนให้ลูกศิษย์ออกกำลังกายด้วยหรือไม่?”
“ออกกำลังกาย?” อาจารย์เสินงุนงง
“ก็คือการฝึกฝนร่างกาย” เย่อวี๋หรานกล่าว “เจ้าเจ็ดบ้านข้าร่างกายอ่อนแอ ไม่อาจอุดอู้อ่านหนังสืออยู่แต่ในห้อง จำเป็นต้องออกไปข้างนอกเคลื่อนไหวร่างกายเสียบ้าง สุขภาพจะได้แข็งแรง ไม่อย่างนั้นรอจนไปถึงสนามสอบ ถ้าโชคไม่ดีไปเจอห้องสอบที่มีฝนสาด ร่างกายเขาจะรับไหวได้อย่างไร? ร่างกายต้องแข็งแรงจึงจะสามารถสอบไปได้ตลอดรอดฝั่ง”
ถ้านางไม่พูดถึง อาจารย์เสินก็คงคิดไม่ถึงเรื่องนี้แล้ว
เพราะในสำนักศึกษาที่ดีหน่อยมักจะมีวิชาขี่ม้ายิงธนู เขาก็เคยเรียนมาก่อนเช่นกัน
แต่เมื่อเวียนมาถึงรอบเขาเปิดสำนักศึกษากลับไม่มีกำลังทรัพย์จะทำเช่นนั้น ได้แต่เปิดสอนเนื้อหาในตำรา ตอนนี้เมื่อเย่อวี๋หรานกล่าวถึง ทำให้เขาบังเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา
“ท่านคิดว่ากิจกรรมเช่นไรจึงจะทำให้คนได้ฝึกฝนร่างกายงั้นหรือ?” อาจารย์เสินถาม
“จะวิ่งหรือเดินก็ได้ทั้งนั้น ข้าได้ยินมาว่ามีกระบวนท่าห้าสัตว์อะไรสักอย่าง น่าเสียดายที่ข้าทำไม่เป็น ไม่อย่างนั้นก็คงจะให้เจ้าเจ็ดได้ฝึกฝนเอาไว้…”
อาจารย์เสินจดจำเอาไว้ในใจ และให้คนไปสอบถามเกี่ยวกับกระบวนท่ากายบริหารประสานห้าสัตว์ดังกล่าว
เขาทดลองฝึกฝนด้วยตนเองแล้ว รู้สึกว่าเห็นผลอยู่บ้าง จึงสอนให้แก่ลูกศิษย์ในสำนักศึกษา กำชับให้พวกเขาไม่ลืมฝึกฝนร่างกายนอกเวลาเรียน
จูต้าเหนียงพูดถูก ถ้า