้เสียดสีกัน ท่ามกลางลมแผ่วเบา ใบไม้เขียวชอุ่ม เงาร่างหนึ่งหรี่ตาพักผ่อนอยู่ท่ามกลางกิ่งไม้อย่างผ่อนคลาย ราวกับกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับต้นไม้ ไม่มีใครสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของร่างนั้นแม้แต่น้อย
กระทั่งยามหัวค่ำ เฟิ่งจิ่วบนต้นไม้จึงตื่นขึ้นมา อาศัยตอนที่ฟ้ายังไม่มืดมากนั่งขนนกบินเดินทางต่อ…
หลายวันต่อมา นอกเมืองโอสถตะวัน
เฟิ่งจิ่วที่แต่งตัวด้วยชุดขอท่านเก่าๆ เดินหาวเข้าไปในเมือง ไม่ง่ายเลยกว่าจะมาถึงที่นี่สักที ตลอดเส้นทางเดี๋ยวหยุดเดี๋ยวพักเสียเวลาไปไม่น้อย คำนวณเวลาดูแล้ว เธอเข้าเมืองไปหาพวกเหลิ่งหวาและพักผ่อนได้เพียงวันเดียว ก็ต้องเดินทางไปที่สำนักโอสถตะวันต่อแล้ว
ในเมืองโอสถตะวันมีคนค่อนข้างเยอะ ผู้คนที่สัญจรบนถนนเบียดเสียดอัดแน่น ไม่รู้ว่าใครเดินชนเธอ ทำให้เธอชนคนข้างหน้า คนคนนั้นหันกลับมา พอเห็นเธอที่ใส่ชุดขอทานก็ด่ายกใหญ่
“ขอทานจากที่ไหนกันเนี่ย? ไสหัวไปไกลๆ หน่อย!” ขณะด่าทอก็ยกเท้าเตะเต็มแรง
เฟิ่งจิ่วเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างเล็กน้อย ลูกเตะของเขาจึงไปโดนคนที่อยู่ข้างหลังเธอแทน
“ย่ามันเถอะ! ไอ้หนูนี่กล้าเตะข้าหรือ! รนหาที่ตายกระมัง!” คนที่โดนถีบอย่างไม่ทันตั้งตัวเป็นชายฉกรรจ์ผู้หนึ่ง จู่ๆ ก็โดนเตะ เขาจึงถลกแขนเสื้อขึ้นแล้วเหวี่ยงหมัดใส่ชายคนที่อยู่ข้างหน้า
“ผัวะ!”
“ซี๊ด! เจ้ากล้ามโตนี่! กล้าต่อยข้าหรือ? เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร?” ชายหนุ่มสูดปาก ยกมือปิดตาพลางตะโกนด่าด้วยความโกรธ จา