เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น แล้วจึงกระซิบว่า “นี่ ต้าซาน เจ้าว่าบ้านซิ่วไฉผู้นี้มีเงินมากใช่ไหม? เจ้าได้ชิมหรือยัง ในเครื่องเคียงนั่นมีเนื้อสับเน้น ๆ เชียวนะ…ข้าลองสังเกตดี ๆ แล้ว ในเครื่องเคียงที่ข้าตักมากว่าครึ่งล้วนเป็นเนื้อทั้งนั้น”
“คนเขามีเงินก็ดีแล้วนี่? ถ้ามีเงิน เรื่องค่าเช่าก็วางใจได้แล้ว จะได้มีเงินไปซื้อเนื้อกิน”
สะใภ้ใหญ่เฉินมองเขาอย่างรังเกียจ นางพูดว่า “เจ้าก็คิดแต่จะซื้อเนื้อมากิน ไม่รู้จักมองให้ไกลกว่านั้นเสียหน่อย?”
“เมื่อกี้เจ้าก็เพิ่งโทษแม่ข้าเพราะเรื่องเนื้อไม่ใช่หรือ?”
“เจ้า…”
……
สองสามีภรรยากำลังคุยกันอยู่ด้านนี้ อีกด้านหนึ่ง จูซานก็ใช้เตาที่เพิ่งได้มาต้มน้ำให้เย่อวี๋หรานล้างเท้า
จู่ ๆ ก็มีลูกชายตัวโตขนาดนี้มาล้างเท้าให้ เย่อวี๋หรานรู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้าง “ไม่ต้องหรอก ข้าล้างเอง…”
“ท่านแม่ ท่านอย่าขยับสิขอรับ ข้าทำให้” จูซานยืนกรานจะล้างให้
สุดท้ายเย่อวี๋หรานได้แต่ปล่อยให้เขาล้างด้วยความจำใจ
มีลูกชายตัวโตมานั่งอยู่ตรงหน้า ก้มหน้าล้างเท้าให้ตนเองอย่างจริงจังเช่นนี้ เป็นความรู้สึกแปลกพิลึก
จูชีที่นั่งมองอยู่ข้าง ๆ ด้วยสีหน้าสนอกสนใจก็อยากเข้ามามีส่วนร่วมด้วยเช่นกัน
เย่อวี๋หรานเหลือบตามองเขา “เจ้าไม่ต้องหรอก ตรงนี้มีพี่สามของเจ้าแล้ว เจ้าไปดูเตียงตัวเองเถอะว่าปูเรียบร้อยหรือยัง”
“ท่านแม่ พี่สามปูเสร็จแล้วขอรับ” จูชีนั่งอยู่บนตั่งไม้ตัวเตี้ย พยักพเยิดปลายคาง ไม่คิดจ