ยดวงจิตออกไป กลับไม่อาจสัมผัสกลิ่นอายหรือคลื่นพลังวิญญาณได้แม้แต่น้อย จึงอดประหลาดใจไม่ได้
“หายไปแล้ว? ซ่อนตัวงั้นหรือ นี่จะเล่นซ่อนแอบกับแม่เฒ่ารึ”
เสียงแหบแห้งของนางดังก้องท่ามกลางท้องฟ้ายามราตรี กระจายไปทั่วทิศพร้อมกับสายลมกลางคืน ใต้ฝ่าเท้าคือตาข่ายเลือดที่ถูกถักทอจากเลือดที่ทะลักขึ้นสูง และสิ่งที่ดันนางให้เคลื่อนไปข้างหน้าก็คือเลือดที่ทะลักขึ้นมานั้น
“ออกมาเถิด! เขตแดนที่นี่มีตาข่ายเลือดอยู่ทั่ว เจ้าหนีไม่พ้นหรอก”
ขณะเดียวกัน เฟิ่งจิ่วที่เก็บซ่อนกลิ่นอายกำลังซ่อนอยู่บนต้นไม้ หลังบ้านเก่าๆ หลังหนึ่ง เธอหอบหายใจอยู่บนต้นไม้ มองดูหญิงชราตามหาเธอไปทั่วจากที่ไกลๆ มองดูหมู่บ้านอันมืดมิดไร้เงาคนตกอยู่ภายใต้การควบคุมของหญิงชรา ตาข่ายเลือดผืนใหญ่ทอดยาวไปทั่วพื้นดิน ทำให้หมู่บ้านที่เดิมทีก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายแปลกประหลาดยิ่งดูน่ากลัวกว่าเดิม
“กริ๊งๆๆ…”
ทันใดนั้น เสียงกระดิ่งก็ดังขึ้นข้างหู เฟิ่งจิ่วก้มลงมอง นั่นคือกระดิ่งห้อยเอวที่พี่สาวร่วมสาบานของเธอให้มา ได้ยินมาว่าเสียงกระดิ่งนี้มีเพียงเธอคนเดียวที่ได้ยิน และจะส่งเสียงแค่ตอนที่ภูตผีปรากฏตัวเท่านั้น
เธอเอื้อมมือยกกระดิ่งขึ้นมาดูแวบหนึ่ง เสียงแผ่วๆ เปลี่ยนเป็นดังชัดเจน จากช้ากลายเป็นเร็ว เมื่อเสียงกระชั้นนั้นดังขึ้นข้างหู เธอมองลงไปจากบนต้นไม้ใหญ่
เห็นเพียงว่าท่ามกลางตาข่ายเลือด เงาร่างสีดำหลายร่างที่เกิดจากการรวมตัวกันของเลือดค่อยๆ โผล