กตา นี่ไม่ต่างอะไรกับการบอกว่าที่ตรงนี้ไม่มีเงินสามร้อยตำลึง[1]เลยแม้แต่น้อย
เซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วไม่ได้ถือสาเขา เหลือบมองแวบหนึ่งแล้วก็ละสายตาไป ฮุยหลางเห็นเช่นนี้จึงรีบออกไปข้างนอก พอก้าวพ้นประตูมาถึงค่อยตบหน้าอกอย่างโล่งใจ
“ใจหายใจคว่ำหมด”
อิ่งอีเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนละสายตาออกไปเงียบๆ นายท่านกับภูตหมอเคยชินกับเขาแล้ว ไม่อย่างนั้นสมองอย่างเจ้าทึ่มนี่ไม่มีทางรอดตัวมาได้หรอก
วันนี้ เซวียนหยวนโม่เจ๋ออยู่กับเฟิ่งจิ่ว ทั้งสองทะนุถนอมช่วงเวลาที่จะได้อยู่ด้วยกันในวันสุดท้าย ไม่มีเรื่องหยุมหยิมกวนใจ มีเพียงช่วงเวลาอันอบอุ่นที่ได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง ยิ่งต้องแยกจาก ยิ่งอาลัยอาวรณ์ ทว่าเวลาเป็นสิ่งที่ไม่อาจหยุดยั้งได้
กระทั่งเช้าตรู่วันต่อมา ตอนฟ้ายังไม่สาง เด็กหนุ่มที่ใส่ชุดขอทานเก่าๆ ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าเปื้อนฝุ่นสีเทา ก็ออกจากจวนและมุ่งหน้าไปยังประตูเมือง
บนที่สูงของจวน เซวียนหยวนโม่เจ๋อในชุดคลุมสีดำทั้งตัวยืนเอามือไพล่หลังอยู่ตรงนั้น มองส่งเงาร่างนั้นจากไป…
ครึ่งเดือนต่อมา วันนี้ท้องฟ้ามืดมนเล็กน้อย เฟิ่งจิ่วที่เดินอยู่บนถนนคาบหญ้าหางหมาจิ้งจอกเส้นหนึ่งไว้ที่มุมปาก เดินไปพลาง สังเกตสภาพแวดล้อมรอบๆ ไปพลาง
ครึ่งเดือนมานี้เธอเดินทางด้วยเท้า เดินทางผ่านมาหลายที่ ได้ทำความเข้าใจความเป็นอยู่ของคนแต่ละพื้นที่ในจักรวรรดิเซวียนหยวน ได้เห็นทัศนียภาพมากมาย และรู้จักกับผู้คนไม่น้อย
โด