ไหวกายถอยหลังไปหลายก้าว
เธอเหล่ตามองสองคนนั้น ถามว่า “พวกเจ้าสองคนเอาแต่พึมพำอะไรอยู่ตรงนี้?”
“ฮี่ๆ เปล่า พวกเราแค่สงสัยว่าพวกท่านทำอะไรกันอยู่ข้างใน?” ฮุยหลางยิ้มแหย แต่กลับอดถามไม่ได้
เฟิ่งจิ่วยกมุมปาก เผยให้เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ พูดเสียงเบาว่า “นายท่านของเจ้าอยู่ข้างใน เจ้าเข้าไปดูก็รู้เอง” บอกแล้วก็เดินผ่านคนทั้งสองตรงไปที่ห้อง
ฮุยหลางเห็นนางกลับไปที่ห้องตัวเองแล้ว ก็เหลือบมองเข้าไปในห้องของนายท่านแวบหนึ่ง ก้าวขาทำท่าจะเข้าไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ถูกอิ่งอีดึงไว้ก่อน
“เจ้าคิดจะเข้าไปจริงๆ รึ?” อิ่งอีเหล่ตามองเขา “ภูตหมอกำลังหลอกเจ้าอยู่ต่างหาก! เจ้าว่าเจ้าพลาดท่าให้นางกี่หนแล้ว เหตุใดไม่รู้จักฉลาดขึ้นเสียบ้าง?”
“ดูท่าทั้งคู่คงไม่ได้ทำเรื่องอย่างนั้น ข้าก็เลยจะเข้าไปดูนายท่านหน่อยอย่างไรเล่า!” ฮุยหลางพูดเหมือนเป็นเรื่องสมเหตุสมผล ชะโงกหน้าเข้าไปข้างในพลางขานเรียก “นายท่าน? นาย…”
“ออกไป!”
เสียงตะคอกดังมา แฝงไว้ด้วยแรงกดดันทำให้ทั้งสองตกใจ รีบถอยกรูดออกมา
ฮุยหลางเกาหัว ถามด้วยความสงสัยเล็กน้อย “หรือว่านายท่านอดทนมานานเกินไป? เจ้าดูสิอารมณ์ก็เริ่มร้อนแล้ว ค่อนข้างเหมือนอะไรแล้วนะ?”
อิ่งอีเดินไปข้างนอก ไม่สนใจเขา อยู่กับฮุยหลางเขาต้องซวยไปด้วย อย่างไรก็ห่างๆ ไว้หน่อยจะดีกว่า
เซวียนหยวนโม่เจ๋อที่อยู่ในห้องเดิมนึกว่าตัวเองจะนอนไม่หลับ นึกไม่ถึงว่า หลังจากถูกเฟิ่งจิ่วนวดทั้งตัวก็รู้