เธอยิ้มแย้มบอก ปล่อยให้เขาจูงมือเดินไปทางประตูวัง จะออกจากวังกันแล้ว! เสด็จพ่อของเขาในความคิดของเธอ ความจริงก็เป็นพ่อคนหนึ่งที่ไม่รู้จะแสดงความรู้สึกต่อลูกชายเช่นไรเท่านั้น
เธอคิดว่าระหว่างพวกเขาต้องเคยเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่ มิเช่นนั้นคงไม่หมางเมินต่อกันเช่นนี้ แต่สุดท้ายอย่างไรก็เป็นพ่อลูกกัน ขอแค่ไม่ใช่ความผิดใหญ่หลวงอะไร วันหนึ่งปมในใจของทั้งสองจะต้องคลี่คลายอย่างแน่นอน
“องค์รัชทายาท แม่นางเฟิ่ง โปรดรอก่อนเพคะ”
ด้านหลังไม่ไกลออกไป เสียงหนึ่งดังมาอย่างร้อนรน สองคนหยุดฝีเท้าหันไปมอง ก็เห็นนางกำนัลคนที่เฟิ่งจิ่วคุ้นเคยเร่งฝีเท้าวิ่งมาถึงตรงหน้าพวกเขาในสภาพหอบหนัก หลังจากคารวะก็มอบกล่องใบหนึ่งให้ด้วยสองมือ “แม่นางเฟิ่ง จักรพรรดิประทานให้ท่านเจ้าค่ะ”
เฟิ่งจิ่วตกใจเบาๆ มองเซวียนหยวนโม่เจ๋อก่อนจะรับมา เมื่อเปิดกล่องออก เธอเห็นเพียงว่าด้านในเป็นหยกเลือดก้อนหนึ่ง จุดที่ต่างจากหยกเลือดทั่วไปคือแสงแวววาวในหยกเลือดก้อนนี้ เหมือนว่าประกายด้านในจะสาดส่องออกมา ช่างสะดุดตายิ่งนัก
เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองแวบหนึ่ง แววตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย บอกเฟิ่งจิ่วว่า “รับไว้เถอะ!”
เธอได้ยินเขาบอกให้รับไว้จึงเก็บไป และบอกนางกำนัลว่า “ขอบพระทัยจักรพรรดิแทนพวกเราด้วย”
“เจ้าค่ะ” นางกำนัลยิ้มรับ ก่อนจะหมุนตัวจากไป
กระทั่งขึ้นรถม้ามุ่งหน้ากลับจวน เฟิ่งจิ่วถึงค่อยหยิบหยกเลือดมาดูอีกครั้ง “หยกเลือดนี้จะว่าสวยก็สวย แต่ข้างใ