พบ จึงให้เย่อวี๋หรานไปช่วยทำงานอื่น
เมื่อครู่นี้ เขาวางผ้าปูที่นอนและผ้าห่มที่จะได้ใช้ไว้บนเตียงแล้ว
เย่อวี๋หรานแค่ต้องมาปูให้เสร็จก็เป็นอันเรียบร้อย
“เจ้าสาม ประเดี๋ยวเจ้าไปถามคนตระกูลเฉินทีเถอะว่าจะไปหาซื้อเตาหุงหาอาหารได้ที่ไหน วันนี้จะได้ไปซื้อกลับมา ถ้าไม่ทัน พวกเราคงได้แต่ซื้อก๋วยเตี๋ยวน้ำมากินกับหมั่นโถวแล้ว” ตอนที่มาถึงนั้นพลาดช่วงเวลารับประทานมื้อเที่ยงไปแล้ว เมื่อมาทำงานเหล่านี้ เย่อวี๋หรานก็เริ่มรู้สึกหิวขึ้นมา
จนถึงตอนนี้ นางค่อยนึกขึ้นมาได้ ‘เอ้อ ดูเหมือนจะยุ่งจนลืมกินข้าวไปแล้ว!’
ปัญหาเรื่องที่พักคลี่คลายได้แล้ว แต่ปัญหาเรื่องปากท้องยังไม่ได้รับการสะสางนี่นา
แถมยังเป็นปัญหาใหญ่อีกด้วย!
“ขอรับ ข้าจัดของเสร็จก็จะไปทันที” จูซานรับคำ จัดการสัมภาระเรียบร้อยก็ออกไปจากห้อง
เพิ่งก้าวพ้นธรณีประตูก็เห็นเฉินเสิ่นพาลูกสะใภ้คนหนึ่งถือสิ่งของเดินตรงมาทางนี้
“อาหญิงเฉิน?”
“เจ้าคือ…จูซานกระมัง?” เฉินเสิ่นถามยืนยัน
ตอนนั้นนางเอาแต่มองจูชี ไม่ได้มองพี่ชายของเขาให้ชัด ๆ ตอนนี้เมื่อลองพินิจอย่างละเอียดก็พบว่าพี่น้องสกุลจูมีรูปโฉมไม่เลวเลย
จูชีอายุยังน้อย เป็นผู้ชายหน้าหวานคนหนึ่ง ขณะที่จูซานอายุมากกว่า แลดูสมชายชาตรีมากกว่า…จะว่าไปก็ใช่ เป็นพ่อคนแล้วยังจะไม่หนักแน่นเป็นผู้ใหญ่อีกได้อย่างไร?
“อาหญิงเฉิน ท่านมีธุระอะไรหรือขอรับ?” จูซานมองของในมืออีกฝ่ายพลางนึกคาดเดา
“แม่เจ้าเล่า?”
“อยู่ในห