ปว่า “พวกท่านมาเยือนครั้งแรก มื้อนี้ถึงอย่างไรพวกข้าก็ต้องเลี้ยงต้อนรับ จูต้าเหนียง ท่านจะมาแย่งกับข้าไม่ได้นะ”
“นี่ไม่ใช่ปัญหาว่าแย่งหรือไม่แย่ง ข้าก็อยากจะแย่งอยู่หรอก แต่ปัญหาคือข้าไม่มีเตาน่ะสิ อยากเข้าครัวทำกับข้าวก็ไม่มีโอกาสแล้ว” เย่อวี๋หรานไม่ได้ปฏิเสธ “คราวหน้าถ้ามีโอกาส ท่านจะต้องชิมรสมือข้าให้ได้นะ ไม่กล้าบอกว่ายอดเยี่ยม แต่พวกลูกชายข้าชอบมากทีเดียว”
แม้จะเป็นการเช่าที่พัก แต่ก็เช่นเดียวกับการย้ายเข้าบ้านใหม่ อยากเชื้อเชิญคนมารับประทานอาหารร่วมกันให้ชื่นมื่นสักมื้อ
ขึ้นบ้านใหม่เชิญญาติสนิทมิตรสหาย แต่พวกตนเช่าที่พัก ทั้งยังไม่มีญาติมิตรที่ไหน ก็ได้แต่เชิญเพื่อนบ้านมาร่วมรับประทานด้วยกันแล้ว
จากรูปการณ์ในปัจจุบัน อาหารมื้อนี้กับครอบครัวตระกูลเฉินถึงอย่างไรก็เลี่ยงไม่ได้แล้ว อย่างนั้นมิสู้รับคำเชิญอย่างสง่าผ่าเผย
“ต้องมีโอกาสนั้นแน่นอน” เฉินเสิ่นยิ้ม “ถึงตอนนั้น ข้าจะตั้งใจชิมอาหารฝีมือท่านให้ดีเชียวล่ะ เอาล่ะ ไม่พูดแล้ว พวกท่านกินก๋วยเตี๋ยวกันก่อน ถ้าเส้นอืดก็ไม่น่ากินแล้ว กินเสร็จก็วางชามเปล่าไว้ในตะกร้า อีกสักครู่ข้าจะให้สะใภ้ใหญ่มาเก็บ”
แล้วชี้สะใภ้ใหญ่ของตนเอง เพื่อให้เย่อวี๋หรานได้รู้จักคนเอาไว้
“ได้ เช่นนั้นข้าก็ไม่เกรงใจแล้ว” เย่อวี๋หรานยิ้มพลางมองสะใภ้ใหญ่
สะใภ้ใหญ่เป็นคนมีนิสัยเปิดเผย นางยิ้มกว้างเต็มใบหน้า “จูต้าเหนียง ข้าคือสะใภ้ใหญ่ของตระกูลเฉินเจ้าค่ะ ทุกคนเร