งพวกท่านกลับนทีแดงก่อนก็ได้ ร่างกายของรัชทายาทจะได้ไม่มีปัญหา”
พอได้ฟังวาจาไร้ความเกรงใจเช่นนั้น องค์หญิงอิ๋งเสวี่ยจ้องเขาแน่นิ่ง “องค์รัชทายาททรงปฏิบัติตนเป็นเจ้าบ้านเช่นนี้หรือเพคะ หรือนี่คือธรรมเนียมการต้อนรับขับสู้ของราชวงศ์เซวียนหยวน?”
“มิได้ องค์หญิงเข้าใจผิดแล้ว นี่เป็นธรรมเนียมการรับแขกของข้าผู้เดียวเท่านั้น สำหรับองค์หญิงและรัชทายาทแห่งชื่อสุ่ย ข้าได้ต้อนรับอย่างดีที่สุดแล้ว”
เสียงของเขาเว้นช่วงเล็กน้อย แววตาลึกล้ำแฝงไว้ด้วยความเย็นเยือก “หากเป็นคนอื่นกล้าลงมือกับคนของข้าในจวนของข้า ข้าคงฆ่าคนพวกนั้นตายคาที่ไปแล้ว!”
น้ำเสียงทุ้มต่ำและน่าเกรงขามแฝงความเย็นเยียบเอาไว้ เขากำลังบอกนางว่า หากไม่ใช่เพราะพวกนางเป็นองค์รัชทายาทและองค์หญิงแห่งราชวงศ์ชื่อสุ่ย เช่นนั้นเมื่อวานคงไม่ปล่อยไปง่ายๆ อย่างนั้น
อิ๋งเสวี่ยถูกดวงตาดำขลับลึกล้ำคู่นั้นจ้องมอง หัวใจก็สั่นสะท้าน แววตาที่โหดเหี้ยมไร้ปรานีนั้น นางเห็นอย่างชัดเจน แล้วก็รู้ดีด้วยว่าเขาไม่ได้พูดส่งเดชแน่ แต่พูดจริง!
ชั่วขณะนี้ หัวใจของนางเย็นวาบ เซวียนหยวนโม่เจ๋อผู้นี้ทำให้นางสะเทือนใจอย่างที่ไม่เคยเป็นอีกครั้งแล้ว
หากเปลี่ยนเป็นคนอื่น ไม่มีทางเอ่ยวาจาเช่นนี้ออกมาได้แน่ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเห็นแก่ความสัมพันธ์ของสองจักรวรรดิสักหน่อย แต่เขากลับพูดจาเช่นนี้ นี่เท่ากับกำลังบอกพวกเขาอย่างชัดแจ้งว่า เรื่องที่คนอื่นไม่กล้าทำ เขากล้าทำ! เรื่องท