ิน่าเรื่องใดๆ นายท่านล้วนให้เจ้าจัดการ หากเปลี่ยนเป็นข้า ข้าไม่ไหวหรอก” เมื่อก่อนตอนนายท่านออกไปข้างนอก ทั้งจวนล้วนอยู่ภายใต้การดูแลของหยางหย่ง ไม่เคยเกิดเรื่องเลยสักนิด ถ้าเป็นเขาคงไม่มีความสามารถเช่นนี้
“ทุกคนล้วนมีข้อดี สิ่งที่เจ้ามี ข้าก็เทียบไม่ได้เช่นกัน”
ฮุยหลางได้ยินแล้วฮึกเหิมทันที ถามอย่างตื่นเต้นดีใจว่า “อ้อ? เจ้ามีอะไรเทียบข้าไม่ได้ด้วยหรือ อะไรล่ะ?”
หยางหย่งกระตุกมุมปาก เหลือบมองเขาแวบหนึ่ง “ความมุทะลุที่จะมุ่งหน้าไปอย่างอาจหาญเป็นสิ่งที่ข้าไม่มี”
“โอ้? เช่นนี้เอง นั่นก็ใช่ เจ้าเจอเรื่องอะไรล้วนต้องคิดแล้วคิดอีก ข้าไม่เหมือนเจ้า เอะอะก็จะลงมือ รวบรัดฉับไวทันที” เขาพยักหน้าอย่างภาคภูมิใจ
หยางหย่งยิ้มอบอุ่น ไม่พูดอะไรอีก กระทั่งมาถึงหน้าประตูตำหนักบูรพา รอประมาณหนึ่งชั่วยามก็เห็นคนสองคนออกมาจากข้างใน ในดวงตาอ่อนโยนของเขามีประกายฉายผ่าน พินิจมองคนทั้งคู่อย่างไม่ทิ้งร่องรอย
ผู้ชายอายุประมาณยี่สิบห้า สวมชุดคลุมสีม่วง ตรงเอวรัดเข็มขัดหยก หน้าตาหล่อเหลาโดดเด่น เสียแต่ผิวขาวไปหน่อย ทำให้ไม่รู้สึกถึงมาดของชายชาตรี แต่คล้ายผู้หญิงเล็กน้อย
ส่วนผู้หญิงข้างกายเขาสวมชุดกระโปรงงดงามหรูหรา สองมือวางไว้ข้างหน้าอย่างเรียบร้อย ฝีเท้าทั้งมั่นคงและสง่างาม ในรูปโฉมงามเลิศมีความสูงส่งแต่กำเนิด รอยแต้มสีแดงดุจเปลวเพลิงตรงกลางหว่างคิ้วยิ่งเสริมให้นางดูแปลกตา ความเย้ายวนใจที่วาบไหวในดวงตาทรงเสน