ือไม่
เขาคล้อยตามวาจาของเย่อวี๋หราน เอ่ยชมเชยจูชียกใหญ่ พูดว่ามองแวบแรกก็ทราบว่าเจ้าเจ็ดบ้านนางบุคลิกภาพไม่สามัญ แลดูมีสง่าราศี จะต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน
ทั้งยังบอกว่าในอนาคตจะต้องได้เป็นขุนนางใหญ่โตเป็นแน่แท้
ในฐานะหญิงชนบทที่หูตาคับแคบคนหนึ่งย่อมจะต้องอยากให้คนอื่นชมเชยให้มากหน่อยอยู่แล้ว ชมเสียจนตัวลอย หางแทบจะชี้ฟ้าอยู่รอมร่อ
จูชีอึ้งตาค้าง “…”
ท่านแม่พูดถึงข้าอยู่งั้นหรือ?
ทำไมถึงรู้สึกแปลก ๆ เช่นนี้เล่า?
จูซาน “…”
ข้าก็สงสัยอยู่ว่าทำไมข้าถึง ‘เจ้าเล่ห์’ แบบนี้ ที่แท้ก็ได้มาจากท่านแม่นี่เอง
ดูสิ ทักษะการแสดงของท่านแม่ยังยอดเยี่ยมกว่าข้าเสียอีก
อืม ข้ายังต้องเรียนรู้อีกมาก
ซิ่วไฉที่เรียนเก่ง พามารดาที่หลงใหลลาภยศสรรเสริญมาด้วยคนหนึ่ง ทั้งยังมีพี่ชายจอมหยิ่งราวกับเป็นตนเองที่สอบซิ่วไฉได้มาด้วยอีกคน จะไปได้ไกลสักเท่าไหร่เชียว?
หัวหน้าเกาที่เดิมทีอยากจะวางเดิมพัน ใคร่ครวญไปมาแล้วก็หมดอารมณ์
ถึงเขาจะไม่ใช่คนใหญ่คนโตอะไร แต่เนื่องจากช่วยจัดการเรื่องต่าง ๆ แทนเจ้านาย เดินทางเหนือจรดใต้ไปเยือนสถานที่ต่าง ๆ มามากมาย พบเห็นคนมาไม่น้อย
ยิ่งเป็นชนชั้นระดับล่างก็ยิ่งหลงลำพองใจได้ง่าย คนเหล่านี้มักจะไม่ประสบความสำเร็จใหญ่โต
ตอนแรกเขาได้ยินพี่เป้าชมเชยคนสกุลจูนักหนา ทั้งสืบข่าวเกี่ยวกับสกุลจูมาได้บ้าง รู้สึกว่าควรค่าแก่การพิจารณา
เมื่อได้มาสัมผัสกับเจ้าตัวกลับพบว่า อะไรกันเนี่ย ก็แค่คำลือที