่บอกเล่าปากต่อปากจนเกินจริงไปก็เท่านั้นเอง
หลังจากนั้น หัวหน้าเกาก็ไม่ได้มาปรากฏตัวอีก
ระหว่างกินข้าว อาศัยช่วงที่คนในขบวนส่งสินค้าไม่มีใครสนใจ จูซานก็เอ่ยถามขึ้นมาเสียงเบา “ท่านแม่ ท่านรู้แต่แรกแล้วใช่ไหมขอรับว่าหัวหน้าเกาผู้นี้คิดอะไรอยู่ ถึงได้จงใจทำแบบนั้น?”
เย่อวี๋หรานเหลือบตาขึ้น มองไปรอบทิศแล้วเอ่ยว่า “ค่าร่วมทางที่เขาเรียกจากพวกเรานั้นไม่ถูกเลย”
จูซานไม่เข้าใจ
“ถึงแล้วค่อยอธิบายอย่างละเอียดให้เจ้าฟัง”
จูซานได้ยินมารดากล่าวเช่นนั้นก็ได้แต่ปล่อยเลยตามเลย
เมื่อหัวหน้าเกาไม่มาพบพวกเขาอีก การปฏิบัติต่อพวกเขาก็ลดคุณภาพลงไปด้วยเช่นกัน
จูซานไม่โง่ ขบวนส่งสินค้าไม่ได้ใหญ่มาก เกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้น หัวหน้าเกาจะไม่รู้ได้อย่างไร?
เกรงว่าคงไม่ใช่คนเบื้องล่างตัดสินใจทำกันเอง แต่เป็นคำสั่งของเขาเองมากกว่า
การปฏิบัติสองมาตรฐานเช่นนี้ทำให้จูซานพอจะเข้าใจได้แล้วว่าเหตุใดมารดาจึงไม่ต้องตาหัวหน้าเกา ไม่ได้ดึงเขามาเป็นพวก
แต่เขาครุ่นคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจว่ามารดามองนิสัยใจคอของหัวหน้าเกาออกได้อย่างไร
ขบวนส่งสินค้าเดินทางสลับกับหยุดพักไปตลอดทาง ช่วงเวลาครึ่งเดือนก็ผ่านไปเช่นนี้
เมื่อพวกเขาเดินทางไปถึงเมืองผู่โซ่วก็เป็นยามบ่ายที่ล่วงเลยช่วงเวลารับประทานมื้อเที่ยงไปแล้ว
หัวหน้าเกาอ้างว่าต้องรีบไปแลกเปลี่ยนสินค้า เมื่อนำสัมภาระของพวกเขาลงจากรถม้าแล้วก็เดินทางจากไป
จูซานมองตามขบวนส่งสินค้าที่ห่า