อก ได้แต่ขนสัมภาระที่เหลือ แล้วร้องเรียกจูชีให้เดินตามมาด้วย
จูชีสะพายกล่องใส่ตำราไว้บนหลัง ในมือยังหอบหิ้วอีกบางส่วน แต่เขาอายุยังน้อย สัมภาระส่วนใหญ่จึงอยู่ที่จูซาน
แบกห่อสัมภาระน้อยใหญ่ไว้บนหลังเช่นนี้ ในไม่ช้าก็ดึงดูดความสนใจของพวกเด็ก ๆ พวกเขาสวมเสื้อผ้าเนื้อตัวมอมแมมวิ่งปร๋อเข้ามาหา
“ท่านป้า ต้องการคนนำทางไหมขอรับ? ข้าคิดเงินค่าซาลาเปาเนื้อลูกเดียวเท่านั้น”
“ท่านป้า ให้ข้านำทางดีกว่า ข้าพูดจาคล่องแคล่ว ในเมืองผู่โซ่วแห่งนี้ไม่มีที่ใดที่ข้าไม่รู้จัก”
“ท่านป้า ข้านำทางให้ท่านดีกว่า ข้ารู้จักเมืองผู่โซ่วดีที่สุดแล้ว ถ้าท่านอยากพักในห้องที่สะดวกสบายที่สุดของโรงเตี๊ยมที่ราคาถูกที่สุด หรืออยากจะไปท่องเที่ยวที่ไหน ไม่มีที่ข้าจะไม่รู้จัก”
……
พวกเขาเบียดเข้ามาเสนอตัวเสียงดังเจี๊ยวจ๊าว
จูชีเพิ่งเคยพบสถานการณ์เช่นนี้เป็นครั้งแรกจึงตกอกตกใจ
จูซานกลัวว่าเด็กกลุ่มนี้จะชนมารดาและน้องชายของตนเองล้ม จึงรีบมาขวางไว้ข้างหน้า “ไป ๆๆ พวกข้าไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น ถอยไปให้พ้นจากพวกข้า”
ท่าทางดุร้าย
ถึงพวกเด็ก ๆ จะอยากได้ลูกค้า แต่เห็นว่าเขาดุขนาดนั้นก็รู้สึกหวั่น ๆ จึงแยกย้ายจากไป
เย่อวี๋หรานสังเกตว่ามีเด็กคนหนึ่งแต่งกายสะอาดสะอ้าน เขาไม่ได้เบียดเข้ามาเหมือนเด็กคนอื่น เพียงยืนห่างออกไปหลายก้าวอย่างเรียบร้อย
เขาถูกท่าทางของจูซานทำให้หวาดกลัวเช่นกัน แต่ยังปลุกปลอบขวัญตนเองเอ่ยขึ้นว่า “สวัสดี! พวกท่าน