อที่มาถึงมือพวกเราก็ไม่เคยปล่อยเขารอดออกไปได้ ไม่ใช่หรือ?”
ผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณกวาดมองคนพูดด้วยแววตาเคร่งขรึม เปล่งเสียงตะโกนลั่น “หุบปาก!”
ชายฉกรรจ์โดนตะคอกเช่นนี้ก็กลัว จึงรีบก้มหน้าลงต่ำและก้าวถอยหลังไป แต่ในใจไม่แค้นเคือง หลังจากถอยออกไปยังคงเงยหน้าถลึงมองเด็กหนุ่มชุดแดงตรงหน้าอย่างดุร้าย
เฟิ่งจิ่วมองพวกเขา ถามว่า “พวกท่านจับนกอินทรีตัวนั้นมาหรือ?” พวกเขากับคนพวกนั้นเป็นพวกเดียวกัน? รวมกันอย่างน้อยๆ ก็มีเจ็ดสิบแปดสิบคน กองกำลังเช่นนี้ใหญ่โตไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
อีกทั้งเธอเห็นว่าคนตรงหน้าพวกนี้ นอกจาผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณ แค่ตรงนี้ก็มีผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังเจ็ดคน ทางนั้นเดาว่าคงเหมือนกัน กองกำลังและพลังเช่นนี้ในรอบนอกคงไม่มีใครกล้าเป็นศัตรูด้วย
“ถูกต้อง นั่นเป็นคนของพวกเรา” ผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณกล่าวไป พร้อมจ้องมองเฟิ่งจิ่วที่ท่าทางสบายๆ บอกว่า “ขอแค่เจ้าส่งไข่นกอินทรีมา ข้าจะรักษาคำพูด ปล่อยเจ้าออกไปโดยสวัสดิภาพและไม่ยุ่งเกี่ยวสิ่งของใดๆ ในตัวของเจ้า”
เด็กหนุ่มตรงหน้ายิ่งสงบเงียบและใจเย็น เขายิ่งคิดว่าไม่ถูกต้องนัก หากไม่ใช่เพื่อไข่ของสัตว์เทวะ คงไม่มาเสียเวลาที่นี่แน่ เป็นศัตรูกับคนที่ไม่รู้พละกำลังตื้นลึกหนาบางเช่นนี้คือข้อห้ามสำคัญ
เฟิ่งจิ่วมองผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณ ก็รู้ได้คร่าวๆ ว่าเขากำลังคิดอะไร เดาว่าคงมองกำลังวรยุทธ์ของเธอไม่ออก แล้วเห็นว่าเธอสงบนิ่งไม่ตื