กติออกไปจนหมด ทุ่มเทความคิดจิตใจให้กับเรื่องนี้
เย่อวี๋หรานเห็นเขาจริงจังเช่นนั้นก็ไม่ได้ไปฝืนใจบังคับ ปล่อยให้เขาทำอย่างเต็มที่
นี่เป็นการทดลองทำจริงครั้งแรก นางไม่อยากกดดันเขามากเกินไป
ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าได้ยินเรื่องที่อาเล็กของพวกตนกำลังทำอยู่ก็นับถือเลื่อมใสยิ่งนัก หากมิใช่เพราะเย่อวี๋หรานบอกให้พวกเขาสองคนปิดปาก ไม่อนุญาตให้พูดถึงเรื่องนี้ขณะอยู่ในสำนักศึกษา พวกเขาก็อยากจะเอาไปโอ้อวดจริง ๆ
เรื่องที่มีหน้ามีตาเช่นนี้ หากนำไปบอกคนในสำนักศึกษา พวกเขาจะถูกอาเล็กทำให้ตกใจหรือเปล่านะ?
“ชู่ว…”
เย่อวี๋หรานแตะนิ้วมือบนริมฝีปาก เป็นสัญญาณให้พวกเขาเก็บเงียบ
นางกระซิบว่า “ไม่ให้พวกเจ้าพูดแค่ตอนนี้ รอจนอาเล็กของพวกเจ้าทำเสร็จแล้ว พวกเจ้าจะพูดอย่างไรก็ตามใจ ถึงตอนนั้นย่าจะไม่ยุ่งแล้ว”
เอ้อร์เป่ายู่ปาก ถามอย่างไม่ใคร่พอใจนัก “ทำไมตอนนี้ถึงพูดไม่ได้ล่ะขอรับ?”
เย่อวี๋หรานยกตัวอย่าง บอกว่าถ้านางค้นพบของอย่างหนึ่ง มีรสชาติหวานมาก ยังหวานกว่าถังหูลู่ที่พวกเขากินเสียอีก บอกให้พวกเขาลองจินตนาการถึงความอร่อยของมัน
แม้ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าจะไม่เข้าใจ แต่ก็พยายามครุ่นคิดคาดเดากันเต็มที่
รอจนพวกเขาพูดไปได้พอสมควรแล้ว เย่อวี๋หรานก็บอกพวกเขาว่าของสิ่งนั้นไม่ใช่อะไรเลย แต่เป็นน้ำผึ้งที่พวกเขาเคยกินมาแล้ว จากนั้นก็ถามว่าตอนนี้พวกเขารู้สึกอย่างไร?
“หา น้ำผึ้งหรอกหรือ ก็หวานจริง ๆ นั่นแหละ” เอ้อร์เป่าพูด น้ำเ