นไม่ถอยไป เดาว่าสู้ต่อไปคงยื้อไม่ไหวจริงๆ
เห็นพวกเขาค้ำต้นไม้หอบแฮ่กตรงนั้น ดวงตาของเฟิ่งจิ่วแวววาวเล็กน้อย กำลังกายเช่นนี้ใช้ไม่ได้เลย แม้บอกว่าแผลเก่าบนร่างพวกเขายังไม่หายดี แต่แผลพวกนั้นไม่ได้ถือว่าสาหัสมาก โดนฝูงหมาป่าล้อมโจมตีไม่ทันไรก็เป็นเช่นนี้ ดูท่าทางต้องพัฒนากำลังกายของพวกเขาก่อน
หนิงหลางงัดผลึกอสูรสองสามเม็ดออกมา แล้วหยิบไปให้เฟิ่งจิ่วที่กระโดดลงมาจากต้นไม้ “นี่เป็นผลึกอสูรของหมาป่าพวกนั้น”
เฟิ่งจิ่วรับมาดูและกล่าวว่า “นี่เป็นผลึกอสูรธาตุลม ช่วยผู้ฝึกตนธาตุลมฝึกบำเพ็ญได้ ในหมู่พวกเจ้าใครเป็นธาตุลมก็แบ่งไปเถอะ!” พูดจบก็ยื่นให้หนิงหลาง แล้วเอ่ยอีกว่า “ไปกันเถอะ! ไปหาอาศรมในแผนที่”
พวกเขาเห็นเฟิ่งจิ่วเดินไปข้างหน้าโดยไม่ถามถึงบาดแผลบนร่างพวกเขาก็มองหน้ากันทันที ก่อนจะตามหลังเขาไปข้างหน้า ในใจกำลังคิดว่าทำไมเขาเหมือนจะไม่ค่อยดีใจเลย?
หรือจะไม่ค่อยพอใจในการกระทำของพวกเขา?
ทุกคนเดินตามหลังเขาไปไม่หยุด ระหว่างอาจเพราะอสูรกลืนเมฆาที่เดินอยู่ข้างหน้าปล่อยแรงกดดันของสัตว์เทวะออกไป ขอแค่เหล่าสัตว์ร้ายเข้าใกล้และสัมผัสได้ถึงแรงกดดันของสัตว์เทวะจะหลบออกไปอย่างรวดเร็ว
ด้วยเหตุนี้พวกเขาเดินไปตลอดทางจึงไม่เจออันตรายสักนิด กระทั่งท้องฟ้าค่อยๆ สว่าง เฟิ่งจิ่วที่เดินข้างหน้าก็หยิบแผนที่มาอ่าน แล้วเดินไปข้างหน้าอีกสักระยะ ถึงจะหมุนตัวมองไปทางคนอื่นๆ ข้างหลัง
“ถ้ำภูเขาในแผนที่คืออาศรมด้านล่