เหมือนยิ้มแต่ไม่ยิ้มและไม่พูดอะไร
“ซ่งหมิง เจ้าไม่กลัวมีกลลวงหรือ?”
หนิงหลางตะโกนไป เขาที่ระวังตัวกังวลว่าจะมีอุบายอะไร ที่นี่นอกจากพวกเขาก็ไม่มีคนอื่น กลับมีผู้หญิงโดนแขวนไว้ที่นี่เช่นนี้ หนำซ้ำเมื่อคืนยังไม่โดนปีศาจต้นไม้ดูดเลือด มองอย่างไรล้วนคิดว่าไม่ปกติเท่าไร
ซ่งหมิงได้ยินคำพูดด้านหลังฝีเท้าชะงักลง หันกลับไปเห็นพวกเขายืนอยู่ตรงนั้นกันหมด แม้แต่เฟิ่งจิ่วยังยกริมฝีปากยิ้ม แค่มองโดยไม่พูดไม่จา ก็เกาศีรษะอย่างอดไม่ได้ มองยังเฟิ่งจิ่วและถามว่า “ไม่น่ามีกลลวงกระมัง?”
“ไม่เป็นไร อยากช่วยก็ช่วย” เฟิ่งจิ่วเอ่ยไป พร้อมเชิดคางส่งสัญญาณว่าในเมื่อเขาอยากช่วยก็ไม่ต้องพะวงมากนัก อย่างไรเสียแม้โดนหลอกจะได้ให้เขาจำไว้ด้วยตนเอง
คนอื่นข้างๆ ได้ยินคำพูดนี้พลันตะลึงเล็กน้อย “จะช่วยจริงหรือ? ไม่เป็นไรหรือ?”
“จะเป็นหรือไม่เป็นอะไรล้วนเหมือนกัน อย่างไรเสียพวกเขามาในนี้เพื่อหาเรื่องฝึกวิชาไม่ใช่หรือ? เรื่องฉุกเฉินต่างๆ อาจเกิดขึ้นได้ ป้องกันอย่างไรคงไม่อยู่ ดังนั้นบางครั้งต้องเดินไปตามหัวใจของตนเอง แน่นอนว่าก่อนอื่นตนเองต้องมีกำลังที่รับมือการเปลี่ยนแปลงได้”
พวกเขาได้ยินคำพูดนี้ แววตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย หมายความว่าเจอเรื่องอะไรขอแค่พวกเขาอยากทำ เฟิ่งจิ่วจะไม่ห้าม แต่พวกเขาต้องรับผิดชอบต่อผลที่ตามมากับความเสี่ยงด้วยตนเอง
ซ่งหมิงมองผู้หญิงตรงหน้าที่ร้องขอความช่วยเหลือ ลังเลสักพัก ก่อนจะสาวก้าวเดินเข้าไป