องเหลือบมองหญิงสองคนนั้นกับหญิงชรา แล้วจึงเดินไปล้างหน้าที่ลำธาร ซ่งหมิงเห็นเช่นนี้ก็บอกทั้งสามคนว่า “ไม่เป็นไรหรอก พวกเขาก็เป็นเช่นนี้แหละ ตรงนี้ยังมีอาหารแห้งอยู่บางส่วน พวกเจ้ากินเสียหน่อยเถอะ!” กล่าวแล้วก็หยิบอาหารแห้งให้พวกนาง
กระทั่งผ่านไปอีกครึ่งชั่วยาม เฟิ่งจิ่วที่ตื่นนอนถึงจะเดินออกมาจากด้านในกระโจม เธอที่สวมชุดแดงแสบตาดั่งไฟยามนี้ยังงัวเงียอยู่บ้าง เธอเหลือบมองสามคนนั้นหลังเดินออกมาจากกระโจม ก่อนจะละสายตาอย่างเย็นชาและเดินไปล้างหน้าริมลำธาร
“เฟิ่งจิ่ว เมื่อคืนซ่งหมิงพาผู้หญิงสองคนกลับมา ยังมียายแก่อีกคนด้วย” หนิงหลางเขยิบเข้าไปใกล้เฟิ่งจิ่วพลางเอ่ย เขาหันกลับไปมองกระโจมทางนั้น “ข้าว่าผู้หญิงสองคนนั้นไม่ถูกทํานองคลองธรรมสักเท่าไร เสื้อผ้าสวมไม่เรียบร้อยเลย”
เขาพูดจบก็เหมือนคิดอะไรบางอย่างได้ รีบบอกว่า “ข้าไม่ได้แอบมองนะ ข้าแค่เห็นซ่งหมิงจนมองตาไม่กะพริบ คิดว่าหญิงสองคนนั้นเหมือนจะจงใจ พวกเขาบอกว่าลี้ภัย แต่มองด้วยสายตาของข้าแล้ว รู้สึกว่าพวกนางก็คล้ายหญิงในหอนางโลมอยู่”
ได้ยินเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วยิ้มโดยทันที “เอาเถอะ อย่าพูดอะไรไร้สาระเลย ถึงอย่างไรเราก็ไม่ได้ร่วมทางไปกับพวกนาง”
“อืม ข้าก็คิดว่าร่วมทางไปกับพวกนางไม่ได้” เขาพยักหน้าตอบรับ ก่อนลุกขึ้นเดินกลับไป ตะโกนบอกซ่งหมิงว่า “ซ่งหมิง เก็บของเสีย เราจะไปกันแล้ว”
“ได้” ซ่งหมิงขานรับ เริ่มเก็บกระโจมและสิ่งของทั้งหมดกลับเข้าถุ