น หากมีใครมองผ่านยันต์ซ่อนตัวของเธอได้ด้วยตาเปล่า เฝ่ยไป๋ลู่ก็คิดว่าตัวเองคงต้องกลับไปฝึก ‘อำพรางในพงไพร’ ใหม่อีกรอบ
“ยังมีชีวิตอยู่ไหม?”
เฝ่ยไป๋ลู่วางงูลงบนโต๊ะ ปลายนิ้วขาวเรียวจิ้มท้องของมันเบา ๆ
งูตัวนี้มีความยาวราวสามสิบเซนติเมตร สีเข้ม ตัวเล็กแถมยังผอมบาง
ร่างของมันเหยียดตรง นอนแผ่อยู่บนโต๊ะ แกล้งทำเป็นตาย ไม่กระดุกกระดิก
ดวงตาของเฟยไป๋ลู่เป็นประกายดุร้าย “ตายซะก็ดี จะได้เอาไปทำเป็นซุปงู”
ทันทีที่พูดจบ หางของงูน้อยก็กระตุกเบา ๆ
มันผงกหัวไปทางเฝ่ยไป๋ลู่สองสามครั้ง ราวกับกำลังก้มหัวอยู่ ก่อนจะแลบลิ้นพลางส่งเสียงดัง “ฟ่อ…”
เฝ่ยไป๋ลู่กล่าวอย่างไม่สะทกสะท้าน “คายของของฉันที่อยู่ในท้องแกออกมา”
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้…
ไม่รู้ว่าเฝ่ยมาไปหานักพรตเต๋าที่ไหนมาสร้างยันต์เสริมโชคลาภ ห้องนี้จึงกลายสถานที่สำหรับบ่มเพาะตน
ภายในห้องมืดมีกลิ่นควันธูปรุนแรงมาก คลุ้งไปทั่ว ด้านหลังเป็นรูปปั้นทองคำที่มีใบหน้าเลืองราง ซึ่งชวนให้ผู้คนรู้สึกอุ่นใจและสัมผัสถึงความใจดีบนใบหน้านั่น แต่เบื้องหลังความกรุณาอันว่างเปล่า กลับแฝงไปด้วยความรู้สึกอันแปลกประหลาด
หยดเลือดหัวใจของเธอถูกเก็บอยู่ในกล่องไม้สีดำ ซึ่งมีอักขระแปลก ๆ สลักอยู่รอบกล่องอย่างหนาแน่น โดยอักขระนั่นจะคอยกลืนกินพลังและวาสนาที่อยู่ในเลือด
เฝ่ยไป๋ลู่ใช้กำลังเปิดกล่องดำออกอย่างแรง
ขนาดของเลือดที่เดิมมีขนาดใหญ่เท่ากับเมล็ดถั่ว มาตอนนี้กลับถูกลดขนาดลงเ