บทที่ 730 ช่วงนี้ท่านพ่อแปลกไป
เย่อวี๋หรานยังย้ำคำเดิม นางส่งลูกหลานร่ำเรียนเพราะเป็นสิ่ง ‘จำเป็น’ ในชีวิต หาใช่ต้องการให้พวกเขาสอบเข้าเป็นขุนนาง เพียงอยากให้อ่านออกเขียนได้ ภายภาคหน้าจะได้มีหนทางทำมาหากินในเมือง
ไม่มีทางเลือกอื่น ที่ดินไม่เพียงพอแบ่งสันปันส่วนกัน ทำได้เพียงพึ่งพาความรู้ในการหาเลี้ยงชีพ
ยามนี้ทุกคนไม่สนใจกิจการอาหารของนางอีก ต่างเลิกคิดเรื่องนี้เพราะถูกนางหลอกล่อ หลงเหลือเพียง ‘ความเห็นอกเห็นใจ’ เดิมทีคิดว่านางจะมีความสุขกับความสำเร็จของลูกหลาน ทว่าแท้จริงแล้วก็ต้องเหนื่อยยากไม่น้อยเช่นกัน
“ใช่แล้ว ชีวิตคนเราก็เป็นอย่างนี้ ยามเยาว์ยังพึ่งพาพ่อแม่ได้ แต่เมื่อเติบใหญ่และสร้างครอบครัวก็ต้องเลี้ยงดูลูกของตน”
“เลี้ยงลูกไม่ง่ายเลย มีคนเดียวยังยกที่ดินเป็นมรดกให้ได้ หากมีสองคนก็ต้องหาที่ดินเพิ่มอีก ไม่อย่างนั้นจะไม่เพียงพอแบ่งกัน เกรงว่าพวกเขาจะอดตายกันหมด”
“มีลูกสาวยิ่งแล้วใหญ่ ไม่ต่างจากของขาดทุน พอตบแต่งแล้วยังต้องให้สินเดิมอีก ให้น้อยไปก็คร้านจะถูกนินทา แต่มีใครไม่อยากให้เยอะบ้าง ไม่ใช่เพราะยากจนก็คงมีปัญญาจ่ายแล้ว”
……
แต่ละคนต่างระบายเรื่องราวชีวิตลำเค็ญที่อัดอั้นมานาน ดูเหมือนว่าอยู่ ๆ ทุกคนก็พูดภาษาเดียวกันด้วยความเห็นอกเห็นใจ
หลี่ซื่อนั่งฟังทุกอย่างอยู่ด้านข้าง คิดในใจว่า ‘น่าชื่นชมนัก!’
แม่สามีของนางฉลาดมาก ยังไม่ทันได้รู้ตัว ปัญหาทุกอย่างก็คลี่คลายลงแล้ว
ดูสิ ทุ