กคนล้วนตกหลุมพรางของแม่สามีนางหมดแล้ว!
หลังมื้ออาหารสิ้นสุดลง นอกจากคนสนิทที่อยู่ต่อ แขกส่วนใหญ่ล้วนบอกลาจูกู่และจูหมี่ก่อนเดินทางกลับ
ช่วยไม่ได้ บ้านของพวกเขามีพื้นที่เพียงเท่านั้น ตั้งโต๊ะอาหารในบ้านได้เพียงไม่กี่โต๊ะ ที่เหลือถูกนำไปตั้งนอกบ้าน หากทุกคนอยู่ด้านในคงไม่มีที่ให้นั่ง
ด้วยเหตุนี้ทุกคนจึงทยอยเดินทางมา
คนที่มาถึงก่อนได้ทานอาหารก่อน ส่วนคนที่มาทีหลังค่อยทานอาหารรอบสอง
ผู้คนเดินเข้าออกเป็นว่าเล่นจนเจ้าภาพแทบปลีกตัวมาจัดงานศพไม่ได้
หมู่บ้านสกุลจูมีสุสานบรรพชน จึงไม่ต้องลำบากขุดหลุมฝังศพ ตามธรรมเนียมแล้วเพียงแค่เลือกที่ตั้งเท่านั้น
วันฝังศพก็ถูกกำหนดเอาไว้แล้วเช่นกัน หลังกำหนดวันได้แล้วจูกู่กับจูหมี่ต้องไว้ทุกข์สองวัน เรียกว่าการไว้ทุกข์ตะวันลาลับ
เป็นการไว้ทุกข์ครั้งสุดท้ายก่อนฝังโลงศพเป็นเวลาสองวัน โดยทำเพียงระหว่างวันก็เพียงพอ
คืนก่อนวันฝังศพ โลงจะถูกนำไปยังหอบรรพชนที่ชื่อว่า ‘สยบวิญญาณ’
โลงศพจะถูกขนไปยังสุสานในวันรุ่งขึ้น
พิธีนี้ตามหลักแล้วจะมีเพียงครอบครัวของจูกู่และจูหมี่ เว้นเสียแต่จะมีผู้ช่วย
ผู้ไว้อาลัยอย่างเย่อวี๋หรานและจูเหล่าโถวไม่ได้ไปร่วมพิธีนี้
หลังจบมื้ออาหารในวันนั้นก็ถือเป็นอันเสร็จสิ้นพิธี
“วันนี้เป็นวันที่ต้องขึ้นเขาใช่ไหม?” จูเหล่าโถวถามขึ้นหลังจากได้ข่าวมาจากชาวบ้าน
“ใช่ วันนี้ตอนที่กินข้าวท่านแม่ก็บอกเหมือนกัน” เย่อวี๋หรานตอบพลางก้มหน้าตรวจการบ้านให้จ