เท้าทั้งสองข้าง คลุมผ้าห่อศพ จากนั้นใช้แถบผ้ามัดจนแน่น
ทางด้านนี้มีคนช่วยสวมเสื้อผ้าให้ศพ ทางด้านห้องครัวก็มีคนช่วยเตรียมสุราอาหาร
“เตรียมเสร็จหรือยัง? ข้างหน้าเขาเร่งมาแล้วนะ”
“ใกล้แล้ว ใกล้แล้ว จวนจะทำเสร็จแล้ว”
“เช่นนั้นข้าจะให้คนตั้งโต๊ะกับเก้าอี้แล้วนะ?”
“เอาเลย เจ้าเตรียมตั้งโต๊ะไว้เลย ทางด้านพวกข้าจวนจะเสร็จแล้ว”
……
เมื่อเตรียมการศพแม่ม่ายฉินเสร็จแล้ว โต๊ะเซ่นไหว้ก็จัดเตรียมเรียบร้อย เพียงไม่นานก็มีคนนำอาหารเซ่นไหว้มาจัดวาง
ภายในเรือนมีคนอยู่จำนวนมาก แต่ล้วนเป็นคนที่มาช่วยงานทั้งสิ้น
แขกเหรื่อที่มาแสดงความเสียใจจะมากันในวันที่สามเพื่อดำเนินพิธีบรรจุศพ หรือก็หมายความว่าเป็นตอนหลังจากที่ได้เคลื่อนย้ายศพแม่ม่ายฉินไปไว้ในโลงศพเรียบร้อยแล้ว
ตามธรรมเนียมปฏิบัติ สามวันนี้ลูกของผู้ตายไม่อาจรับประทานอาหาร เพื่อแสดงถึงความเศร้าเสียใจที่สูญเสียบิดามารดา
แต่จูกู่กับจูหมี่เป็นเด็กที่ยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่ ทั้งยังไม่แต่งงาน หากใช้คำอธิบายของยุคนี้คงได้ว่า ‘คนที่ยังไม่ได้ฉลองพิธีเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ก็ยังเป็นเด็ก’ ผู้อาวุโสไม่ได้สร้างความลำบากให้พวกเขา แต่ให้ห้องครัวทำอาหารเจง่าย ๆ ให้พวกเขารับประทานรองท้อง
“เฮ้อ…ข้ารู้ว่าพวกเจ้าเสียใจ ไม่อยากกินอะไร แต่พวกเจ้ายังเป็นเด็ก ข้าคิดว่าแม่พวกเจ้าก็คงไม่อยากให้พวกเจ้าอดอาหารไว้ทุกข์ เด็กดี กินอะไรสักหน่อยเถอะ…”
ผู้อาวุโสเกลี้ยกล่อมอย่างมีน้ำใจ
ไม่ว่าคว