ะแสลมกรีดจนบาดเจ็บเช่นกัน
“เอ๋? มีอีกคนหรือ” เธอเลิกคิ้วขึ้น หลังจากขานเรียกแล้วพบว่าไม่ตื่น จึงเก็บถุงหินวิญญาณของเขามาทันที มือหนึ่งก็ลากคนเดินออกไป
“ซ่าๆ…ซ่าๆๆ…”
นี่เป็นเสียงที่เหล่านักเรียนด้านนอกค่ายกลรวมพลังวิญญาณได้ยิน เป็นเสียงที่เหมือนมีอะไรบางอย่างเสียดสีบนพื้น ยามได้ยินเสียงนั้นหัวใจแต่ละคนก็ขลาดกลัวทันที
คนคนนั้นจะออกมาแล้วหรือ?
คนด้านในนั้นเป็นนักเรียนในหมู่พวกเขาจริงๆ หรือ?
ทำไมถึงไม่ได้ยินเสียงฝีเท้า? แต่เป็นเสียงซ่าๆ?
จนกระทั่งเห็นเฟิ่งจิ่วในชุดขาวลากคนสองคนเดินออกมา บนใบหน้าแต่ละคนนอกจากจะตะลึงก็มีความตะลึงอีก
“เอ๊? นึกไม่ถึงว่าจะอยู่กันหมดเลย?”
เฟิ่งจิ่วเดินออกมานอกค่ายกล เห็นนักเรียนแต่ละคนยืนล้อมอยู่บริเวณไม่ไกลก็แปลกใจเล็กน้อย ยิ้มพลางกล่าวทักทายพวกเขา โดยเฉพาะเมื่อเห็นโอวหยางซิวกับเซียวอี้หานที่ยืนอยู่ไม่ไกล ยิ่งทำหน้ายิ้มเสียยกใหญ่
“พวกเจ้าสองคนก็อยู่ด้วยหรือ?”
ระหว่างพูด เธอปล่อยสองคนมือที่ลากอยู่ทันที สองคนนั้นพลันล้มกลับลงพื้นเสียงดัง ครั้นเห็นว่าบนร่างนักเรียนสองคนที่สลบเหมือดเต็มไปด้วยบาดแผลที่ถูกใบมีดคมกรีดทำร้าย ทุกคนกลืนน้ำลายอย่างอดไม่ได้ ดวงตาแต่ละคู่จ้องเด็กหนุ่มที่ทำหน้ายิ้มเดินไปด้านข้างไม่วางตา
สำนักศึกษาหกดารา? เป็นนักเรียนสำนักศึกษาหกดารา? คนคนนี้เป็นระดับสร้างรากฐานสูงสุด ยามนี้เลื่อนขึ้นเป็นผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังแล้ว? นะ นี่ทำให้พวกเขาไม่