รั้งก็จะจับทางได้เองว่าต้องนำไปใช้งานอย่างไร”
“พอเจ้าแจกแจงอย่างนี้ เจ้าก็จะมองเห็นภาพรวมความคิดของตัวเองได้ชัดเจนขึ้น จากนั้นก็ใช้ถ้อยคำบรรยายออกมา”
……
จูชีใช้พู่กันจดบันทึกพลางพยักหน้า
ยามนั้น เสียงหลี่ซื่อก็ดังมาจากหน้าประตูเรือน
“ท่านแม่ อยู่ไหมเจ้าคะ?”
เย่อวี๋หรานบอกให้จูชีค่อย ๆ ใคร่ครวญบทเรียนต่อไปแล้วเดินออกมาจากห้องหนังสือ
“อยู่”
“ท่านแม่ ย่าลี่ฮวาบอกว่ามาหาท่านเพราะมีเรื่องใหญ่เจ้าค่ะ ตอนนี้ไปรอที่ท้ายเรือน เพราะนางไม่อยากให้ใครเห็น” หลี่ซื่อเดินเข้ามากระซิบใกล้ ๆ
แล้วเล่าจังหวะที่ย่าลี่ฮวามาถึงให้เย่อวี๋หรานฟังอย่างคร่าว ๆ
ในช่วงที่ทุกคนกำลังยุ่งอยู่กับการทำนา นางกลับมาหาด้วยท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ มีเรื่องอะไรกันนะ?
เย่อวี๋หรานได้ยินหลี่ซื่อกล่าวเช่นนั้น ในใจก็รู้สึกสงสัย
นางใคร่ครวญถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ นอกจากเรื่องหญิงปากสว่างก็ดูเหมือนจะไม่มีเรื่องใหญ่อื่นใดอีก
ต่อให้จูหย่งหนิงจะปลดหญิงปากสว่าง ก็ไม่ถึงขั้นทำให้ย่าลี่ฮวามาเยือนถึงเรือนนี่นา
ตกลงแล้วเป็นเรื่องอะไรกันแน่?
หลิวซื่อได้ยินความเคลื่อนไหว แต่นางยังไม่ทันถามได้ความอะไรก็ถูกหลี่ซื่อพูดดักคอว่า
“ไอ้หยา คนเขามาหาท่านแม่ ท่านจะสนใจทำไม? ท่านก็อยากทำให้แม่สามีรำคาญใจหรือเจ้าคะ?”
“ข้าไม่ได้จะว่าอะไรสักหน่อย ก็แค่ถามไปอย่างนั้นเอง” หลิวซื่อปากแข็งไม่ยอมรับ แต่ก็หยุดเซ้าซี้ถาม ใช้การกระทำแสดงให้เห็นว่า…นางกลัวว่าแ