ึง…” เฟิ่งเซียวเอ่ย ขณะกำลังจะบอกว่าคล้ายเจ้าตำหนักยมราช ก็เห็นเด็กน้อยเดินเข้ามาดึงๆ ชายเสื้อของลูกสาวตน
“เป็นอะไรไป?” เฟิ่งจิ่วก้มหน้ามองพร้อมถาม
ยมราชน้อยยื่นสองแขนโดยไม่พูดไม่จา แต่ความหมายชัดเจนยิ่งว่าจะให้เธออุ้มเขาเดินไป
เฟิ่งจิ่วเห็นเช่นนี้กลับยิ้ม พลางกล่าวว่า “ท่านพ่อ เขาบอกว่าเป็นน้องชายของเจ้าตำหนักยมราช นามยมราชน้อย ช่วงนี้มาติดตามข้าเจ้าค่ะ”
สิ้นเสียงเธอก็มองเด็กน้อยที่ยื่นสองแขนจะให้ตนอุ้ม ก่อนยิ้มตาหยีบอกว่า “ให้ข้าอุ้มหรือ ได้ เจ้าตามข้าทันค่อยว่ากัน”
ได้ยินเพียงเธอหัวเราะเสียงสูง ร่างชุดแดงแวบผ่าน คนที่เดิมทียืนอยู่ตรงหน้าพุ่งไปด้านหน้า มุ่งไปทางราชวังเสียแล้ว
เฟิ่งเซียวมองลูกสาววิ่งตรงไปด้านในวังพลางส่ายหน้า ยิ้มบอกเด็กน้อยคนนั้นว่า “มาๆ ข้าจะอุ้มเจ้าเอง” แขนเพิ่งยื่นออกไปกลับเห็นอีกฝ่ายถลึงตา แล้วร่างเล็กก็ทะยานไปข้างหน้าราวกับสายลม ไล่ตามลูกสาวของเขาไป
“ความเร็วนี้…”
เขาพูดไม่ออกไปบ้าง เด็กคนนี้เพิ่งอายุสามสี่ขวบเองกระมัง ทำไมถึงมีความเร็วเช่นนี้?
“ผู้ครองแคว้น” เหลิ่งซวงกับเหลิ่งหวาคารวะ
“โอ้ ทำไมมีแค่พวกเจ้าสองคนตามกลับมาล่ะ พวกองครักษ์ตระกูลเฟิ่งไม่ตามกลับมาหรือ?” เขาแปลกใจเล็กน้อย ไม่เพียงองครักษ์ไม่ได้ตามกลับมา เหล่าไป๋เองก็เช่นกัน
“พวกเขายังมีเรื่องต้องทำขอรับ นายท่านเลยให้พวกเขาอยู่ทางนั้น ส่วนเหล่าไป๋พูดภาษามนุษย์ได้แล้ว นายท่านกังวลว่ามันจะเอ่ยปากสร้าง