แต่ทำไมดูเหมือนจะคุ้นตาหน่อยๆ?”
ยมราชน้อยชายตามองเขา ก่อนละสายตาออกไปอย่างเย็นชา ไม่ไปสนใจเขาอีก
“เขาบอกว่าชื่อยมราชน้อย ตามติดข้าทั้งวัน บอกว่าเป็นน้องชายของเจ้าตำหนักยมราช” เฟิ่งจิ่วเหลือบมองเด็กน้อยข้างกาย เห็นว่าเขาไม่กลัว ใบหน้าเล็กประณีตยังเรียบนิ่ง เหมือนอะไรก็ทำให้เขาอยากรู้อยากเห็นและตื่นเต้นไม่ได้
“ยมราชน้อย?” เหลิ่งหวาอึ้งไปสักพัก จากนั้นถึงยิ้มเอ่ย “ข้าพาเจ้าไปเดินเล่นรอบๆ เป็นอย่างไร?”
“อย่ามาทำเหมือนข้าเป็นเด็กน้อย อีกอย่าง ทิ้งชื่อเล่นนั้นไปซะ ยมราชน้อยไม่ใช่ชื่อที่เจ้าจะเรียกได้”
เด็กน้อยกล่าวอย่างเย็นชา เพียงแต่น้ำเสียงไร้เดียงสาประกอบกับใบหน้าเล็กที่บึ้งตึง จึงเอ่ยเตือนไม่ได้ผลเลย ตรงกันข้ามท่าทางเล็กๆ นั้นทำให้เฟิ่งจิ่วเห็นแล้วยื่นมือไปหยิกแก้มเขาอย่างทนไม่ได้
พอถูกเธอหยิกหน้าต่อหน้าคนมากมายเพียงนี้ ใบหูเขาแดงก่ำ พร้อมถลึงมองเธออย่างโกรธเคืองปนเขินอาย “อย่าหยิกมั่วสิ คนมองตั้งมากมายเพียงนี้!”
“ฮ่าๆๆๆๆ…”
เฟิ่งจิ่วส่งเสียงหัวเราะร่าออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เห็นว่าท่าทางหยิ่งยโสนั้นช่างน่ารักนัก ก็ยื่นมืออุ้มเด็กตัวน้อยๆ ขึ้นมาทันที แล้วจึงเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มเจ้าเล่ห์ “ไม่เพียงหยิกหน้าเจ้า ข้ายังจะหอมเจ้าด้วย เป็นอย่างไร?” ระหว่างพูดยังหอมแก้มเขาดังฟอดไปหนึ่งที ไม่ให้เวลาเขาตอบโต้เลย
ยมราชน้อยนิ่งอึ้งไป สีแดงบนใบหูกระจายไปถึงบนหน้าและลำคอ นิ่งมองเฟิ่งจิ่วราวกับนึกไม่ถ