อายุวัฒนะข้าจะยังใช้ได้หรือ ไม่ให้เขาจะให้ใคร หรือว่าท่านเจ้าสำนักยังต้องการ?”
เธอเลิกคิ้วขึ้น คำพูดแฝงนัยหยอกล้อบางส่วน ทำเอาเจ้าสำนักโกรธจัดจนตาโตหนวดสะบัด
เมื่อมองสภาพอาจารย์โอสถที่ตอนนี้ไม่ใช่ทั้งชายทั้งหญิงอีกครั้ง เจ้าสำนักก็ตัวสั่น บอกว่า “เจ้าให้ยาแก้เขาไปซะ ขาดยาอะไรบ้าง? กลับไปจะให้รองเจ้าสำนักพาเจ้าไปหยิบ”
“เรื่องนี้ไม่มีทางแก้ขอรับ”
เฟิ่งจิ่วกางสองแขนออก “ข้ากลั่นยาแก้ไม่เป็น และกลั่นออกมาไม่ได้ด้วย เรื่องนี้ให้อาจารย์โอสถหวงไปศึกษาด้วยตนเองเสียหน่อย แล้วค่อยกลั่นยาแก้แล้วกัน! อย่างไรเสียความสนใจที่เขามีต่อยาอายุวัฒนะเม็ดนั้นก็ลึกซึ้งนัก เช่นนี้พอดีเลย ได้ทดสอบด้วยตัวเองแล้ว ไม่มีใครเข้าใจผลลัพธ์ของยาบำรุงโฉมเม็ดนี้ดีไปยิ่งกว่าเขา”
“เฟิ่งจิ่ว จะ เจ้าไม่กลัวถูกไล่ออกจากสำนักศึกษาหรือ!”
ยามนี้ในที่สุดอาจารย์โอสถหวงก็เกิดความหวาดหวั่น เห็นท่าทีเฟิ่งจิ่วคล้ายว่าจะไม่ยอมกลั่นยาแก้ให้จริงๆ ให้เขากลั่นยาแก้ด้วยตัวเองหรือ จะกลั่นออกมาได้หรือไร? แน่นอนว่าเขาไม่มีความมั่นใจที่จะทำสิ่งนี้
เฟิ่งจิ่วได้ยินคำพูดเขา แววตาก็เย็นชาเล็กน้อย แค่นเสียงหยันพลางยิ้มเย็น “เจ้าสำนัก นอกจากต้องชดใช้ข้าด้วยยาทิพย์ ข้าหวังว่าท่านเจ้าสำนักจะกำชับให้ข้าด้วย อาจารย์โอสถผู้ทรงเกียรติแย่งยาอายุวัฒนะข้าไป พฤติกรรมเช่นนี้หากไม่ลงโทษ อีกหน่อยข้าจะกล้ากลั่นยาที่นี่ได้อย่างไร? ครั้งหน้าจะมีใครโผล่มาฉวยยาอา