โล่งใจ ยิ่งแอบๆ ตกตะลึง เพราะพวกเขาสังเกตว่าเดิมทีบนร่างนางไม่มีกลิ่นอายพลังวิญญาณพุ่งพล่าน ทว่าทันใดนั้นเองบนมือกลับมีเปลวไฟหนึ่งลุกโชนในทันที พลันแผดเผาวิญญาณดวงนั้นด้วยความเร็วดั่งสายฟ้าแลบ ถึงขั้นทำให้วิญญาณนั้นไม่มีแม้แต่เวลาหนี
พวกเขานึกว่าผู้หญิงมักจะเกิดกลัวภูตผี หนำซ้ำความกลัวเช่นนี้ยิ่งมาจากกระดูกดำ แทบจะเป็นสัญชาตญาณ แต่นึกไม่ถึงว่านางกลับมองวิญญาณดวงนั้นอย่างใจเย็นยิ่ง เพียงสะบัดมือก็ทำให้วิญญาณนั้นหายลับไป…
“ข้าจะเข้ามายังต้องให้เจ้ามานำทางอีกหรือ?” เฟิ่งจิ่วแค่นเสียงเย็น สะบัดมือดับเปลวไฟ แล้วก้าวเดินไปข้างหน้าต่อไป
สองคนด้านหลังไม่กล้าหยุดอยู่ รีบร้อนตามหลังนางไปติดๆ
ยามนี้ตู้ฝานถึงรู้ว่าวรยุทธ์ค่ายกลนายท่านยังเหนือกว่าเขา อยู่ในนี้เขายังต้องหาซ้ายวนขวาตรวจดูอย่างละเอียด นางกลับเดินตามใจชอบเช่นนั้น แต่ทุกจุดที่เหยียบกลับเป็นดวงตาค่ายกลทั้งนั้น ค่ายกลที่เคยขยับเปลี่ยนถึงตรงนี้มีเพียงทางด้านหน้าที่เปลี่ยนไป จนช่วงท้ายแทบจะเป็นเช่นถนนใหญ่เส้นตรง
คล้ายว่าเพราะเธอสะบัดมือทำลายวิญญาณดวงหนึ่ง ระหว่างทางต่อจากนั้น นอกจากเสียงแปลกๆ พวกนั้นที่ลอยมากลางค่ำคืน ก็ไม่มีวิญญาณโผล่มาข้างกายพวกเขาอีก แม้แต่เสียงฝีเท้าก่อนหน้าพวกนั้นยังไม่ปรากฏ
กระทั่งพวกเขาเดินออกจากค่ายกลหลงทางนั้น มาถึงด้านในสิ่งที่เห็นกลับยังคงเป็นผืนหมอกที่กระจายไปท่ามกลางความมืดมิด แต่ภายในหมอกเหล่านี้ยังมีดวงไฟ