น “ข้าให้เจ้า”
“ขอบคุณขอรับ” เด็กน้อยบอกขอบคุณด้วยความเริงร่า หลังจากรับขนมที่ห่อเก็บเรียบร้อยก็เร่งฝีเท้าวิ่งออกไป
มือหนึ่งเธอถือบัตรเชิญสีแดงใบนั้น อีกมือเคาะบนโต๊ะเบาๆ พลางมองไปด้านนอกด้วยท่าทางคล้ายกำลังครุ่นคิด นางไม่ปริปาก สามคนข้างๆ ก็ไม่กล้าถาม
สุดท้ายยังเป็นไป๋เสี่ยวที่เอ่ยถามอย่างทนไม่ไหว “คุณชาย นั่นอะไรหรือ?”
“คำเชิญที่ตระกูลนั้นในภูเขาร้อยปีส่งมา บอกว่าตอนเย็นจะจัดงานเลี้ยงจึงมาเชิญพวกเราอะไรนั่นแหละ” เธอกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ ถือบัตรเชิญสีแดงนั้นพลางเคาะบนโต๊ะไปเบาๆ
ทั้งสามได้ยินก็ตกใจไปพักหนึ่ง
“พวกเขารู้ได้อย่างไรว่าเราอยู่ที่นี่?” ไป๋เสี่ยวเอ่ยถามอย่างอึ้งๆ จากนั้นค่อยกระซิบ “คงไม่ได้แอบตามเราในมุมมืดมาตลอดกระมัง?”
“ส่งคำเชิญมาโดยไม่มีเหตุผลเนี่ยนะ? ข้าคิดว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่” ตู้ฝานเอ่ย
“อืม เช่นนั้นเจ้าว่ามาหน่อยสิ ว่าทำไมพวกเขาถึงส่งของเช่นนี้มา?” เฟิ่งจิ่วเลิกคิ้วมองเขา
ตู้ฝานชะงักไปเล็กน้อย ยังคงบอกว่า “เป็นไปได้มากว่าเพ่งเล็งนายท่านแล้ว”
เฟิ่งจิ่วได้ยินเช่นนี้ก็ยิ้มๆ น้ำเสียงทั้งยานคางและเกียจคร้าน “ส่งคำเชิญมา ข้าก็ไม่เห็นต้องไปเช่นนั้นสิ? แต่ทำไมถึงเพ่งเล็งข้าเล่า? ข้ายังสงสัยนิดหน่อย”
“คุณชาย ไม่ต้องไปดีกว่า ที่นั่นมีแต่ผี ไปแล้วเป็นไปได้มากว่าจะออกมาไม่ได้” ไป๋เสี่ยวเอ่ยเสียงกดเบาลง นึกถึงสถานที่นั้น ขนก็ลุกตั้งขึ้นมาเลย
“กังวลอะไร? ข้ายังไม่บอกว่าจะไป ทิ้งบั