ั้งสอง
เรื่องนี้ไม่ว่าจูหย่งหนิงจะพูดออกมาหรือไม่ พวกเขาก็ต้องเข้าไปจัดการอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นผู้อาวุโสจึงต้องรับบทคนร้าย ใช้ไม้แข็ง ส่วนเขาเล่นบทคนดี เหลือทางลงให้ทั้งคู่
พวกเขาร่วมมือกันมาหลายครั้งหลายครา ความรู้ใจเท่านี้ย่อมต้องมีอยู่แล้ว
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ผู้อาวุโสค่อยได้ยินน้ำเสียงแหบแห้งดังขึ้นว่า “ทำ…”
ผู้อาวุโสลอบโล่งอก ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายลำบากใจอีก “ดี ในเมื่อเจ้าจะทำ พวกข้าก็จะจัดการเรื่องนี้ต่อไป และในเมื่อพวกข้าเข้ามาจัดการแล้วก็ต้องพูดให้ชัดเจนไว้ก่อนว่า ถ้าไม่ได้บอกให้พวกเจ้าสองคนพูด พวกเจ้าก็อย่าสอดปาก”
“โดยเฉพาะเจ้า หญิงปากสว่าง” ผู้อาวุโสกล่าวอย่างไม่เกรงใจแม้แต่น้อย “ได้ยินไหม?”
หญิงปากสว่างรับคำ “ได้ยินเจ้าค่ะ!”
เวลานั้นอากาศยังคงหนาวเย็น เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสกังวลว่าหากสวมเสื้อผ้าเปียก ๆ ไปนาน ๆ อาจจับไข้ได้ป่วยแล้วจะยุ่งยากเอาได้
ถึงอย่างไรเรื่องต้นกล้าตายก็ใช่ว่าจะคลี่คลายได้ในเวลาอันสั้น
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงบอกให้ลูกสะใภ้ของหญิงปากสว่างกลับไปเอาชุดสะอาดมาให้พ่อแม่สามีเปลี่ยน ส่วนคนอื่นที่เสื้อผ้าเปียกชื้นก็กลับไปเปลี่ยนชุดก่อนแล้วค่อยกลับมาใหม่
ฝ่ายนั้นกลับไปเปลี่ยนชุด ฝ่ายเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสก็ไม่ได้รีรอ คนหนึ่งสอบถามคนในหมู่บ้านต่อไป อีกคนก็เข้ามาอธิบายสถานการณ์ก่อนหน้านี้ต่อเย่อวี๋หราน
มาจนถึงเวลานี้ เรื่องต่าง ๆ ค่อยกลับมาดำเนินการไปตาม