ที่ควรจะเป็น
เย่อวี๋หรานได้ยินเรื่องทั้งหมดแล้วก็พยักหน้าเบา ๆ “หมายความว่าจนถึงตอนนี้ยังสอบสวนอยู่ว่ามีใครผ่านมาทางแปลงนาของหญิงปากสว่างอยู่บ้างใช่ไหมเจ้าคะ?
“อืม! ทุกคนกำลังปักดำกันอยู่ คนที่เดินผ่านไปผ่านมามีมาก เฉพาะตอนที่หญิงปากสว่างปักดำอยู่ก็เห็นคนผ่านไปมาหลายคนแล้ว” เจ้าหน้าที่กล่าว “คนพวกนั้น ผู้อาวุโสถามไปแล้ว พวกเขาตอบได้หมดว่าตนเองมาทำอะไร พวกเขาไม่ได้มีความขัดแย้งใหญ่โตอะไรกับหญิงปากสว่าง แต่เรื่องกระทบกระทั่งกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ในอดีตก็พอมีอยู่บ้าง…”
“ก็จริง ด้วยนิสัยของหญิงปากสว่าง จะทะเลาะกับคนอื่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร” เย่อวี๋หรานถาม “แล้วนาน้ำเล่า ได้ให้คนเฒ่าคนแก่ที่มีประสบการณ์มาดูหรือยัง?”
“เชิญมาแล้ว บอกว่าเหมือนจะแห้งตายน่ะ” กล่าวถึงตรงนี้ เจ้าหน้าที่ก็ขมวดคิ้วน้อย ๆ “ไม่รู้ว่ามีปัญหาตรงไหน มีน้ำอยู่แท้ ๆ แต่กล้ากลับแห้งตายเนี่ยนะ…”
เพื่อให้เย่อวี๋หรานเข้าใจว่าต้นกล้าเหล่านั้นแห้งตายลักษณะไหน เจ้าหน้าที่จึงพานางไปที่ริมคันนา เอาต้นกล้าที่ถอนออกมาก่อนหน้านี้มาแสดงให้นางดู
เห็นได้ชัดว่าการแห้งตายลักษณะนี้ไม่ใช่การแห้งตายจากยอดกล้าลงไปยังราก แต่เป็นการแห้งตายจากรากโดยตรง
เย่อวี๋หรานสังเกตว่า ไม่เพียงแต่ลำต้นลีบแห้ง รากยังมีร่องรอยหักจำนวนมาก
นางชี้ไปที่กล้าต้นนั้นพลางเอ่ยถาม “ตรงนี้เกิดจากอะไร? พวกท่านถอนไม่ระวังเลยทำมันหักไปงั้นหรือ?”
“ไม่รู้สิ อาจจะกระมัง…”
“ท่า