ก็ยื่นเข้ามาหยิบเนื้อชิ้นนั้นไป
แววตาเฟิ่งจิ่วที่หลุบลงสั่นไหวเล็กน้อย เมื่อเงยหน้าขึ้น ในดวงตาเหลือเพียงความสงสัย “ทำอะไร? จะกินก็ไปหั่นเองไม่ได้หรือ?”
ชายหนุ่มเก็บเนื้อขาสองชิ้นนั้นของเฟิ่งจิ่วกับไป๋เสี่ยวขยับไปข้างๆ แล้วหยิบมีดหั่นเนื้อเล่มเล็กขึ้นพลางกล่าวว่า “หมูป่าตัวนี้ส่วนที่อร่อยที่สุดคือตรงคอ เนื้อมีความเหนียวนุ่มนัก มันงามชุ่มฉ่ำ ในเมื่อจะกินต้องกินชิ้นนี้”
ระหว่างพูดเขาไม่ได้สนใจสนใจสายตาเหล่าชายร่างใหญ่ แต่หลังจากหั่นไปสองชิ้นก็ยื่นเนื้อส่วนคอไปวางเบื้องหน้าทั้งสอง “ลองชิมสิ”
เฟิ่งจิ่วรับมากัดคำหนึ่ง พลางให้สัญญาณไป๋เสี่ยว “กินเถอะ! รสชาติอ่อนหน่อย แต่รสสัมผัสไม่เลว”
“อ้อ” ไป๋เสี่ยวขานรับ และหยิบขึ้นมากิน
เมื่อท้องฟ้ามืดลง เฟิ่งจิ่วที่กลายเป็นผู้สั่งการที่นี่สั่งพวกเขาเตรียมออกตามหาเซี่ยงหวาพรุ่งนี้เช้า ก่อนจะพาไป๋เสี่ยวเข้ายึดครองบ้านต้นไม้นั้นทันที และกลายเป็นสถานที่พักผ่อนของทั้งสอง
บ้านต้นไม้ไม่ได้ใหญ่ เฟิ่งจิ่วนอนเตียง ไป๋เสี่ยวได้แต่หาที่นอนตามสะดวก
ส่วนด้านล่าง เห็นพวกเขาสองคนเข้าบ้านต้นไม้ไป ถอยไปยังบริเวณค่ายกลด้านนอก สายตาแต่ละคนต่างหยุดลงบนร่างชายหนุ่ม บางคนยังถามอีกว่า “พี่ใหญ่ ทำไมไม่ฆ่าสองคนนั้น?”
“ใช่ หากให้พวกเขากินเนื้อขาหลังนั้น แม้เด็กหนุ่มชุดแดงนั่นกำลังแข็งแกร่ง ยังทำได้เพียงตายเป็นวิญญาณรับใช้เรา พี่ใหญ่ ท่านจะห้ามทำไม? ใยไม่ฆ่าสองคนนั้น?”
“พี่ใหญ