นั้นเข้าใจข้อนี้อย่างชัดเจน เพียงหลังจากแข็งทื่อไปพักหนึ่ง ก็แบกหมูป่าตัวนั้นไปย่างด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
“จ้องข้ากันทำไม?”
เธอเลิกคิ้วกวาดมองไปยังทุกคน หลังจากสายตาเธอมองผ่านไป ดวงตาแต่ละคู่นั้นไม่ละออกก็เก็บกลับไป
ยามนี้หลังจากสายตาชายคนนั้นมองผ่านขนนกเคลือบหลากสีชิ้นนั้น ซึ่งเป็นเครื่องประดับตรงเอวที่ถูกชุดสีแดงบดบังไว้ครึ่งหนึ่ง ก็เอ่ยว่า “ใต้เท้าเป็นนักเรียนสำนักศึกษาหมอกดารา? ได้ขนนกเคลือบหลากสี หนึ่งในสามสมบัติหอสวรรค์สำนักศึกษาหมอกดารามาได้ ชัดเจนว่าไม่ใช่คนธรรมดา”
“เพียงแวบเดียวก็มองของล้ำค่าตรงเอวออก สายตาเจ้าไม่เลวเลย!” เฟิ่งจิ่วหัวเราะเบาๆ มานั่งลงยังตอไม้ตรงโต๊ะไม้สี่ขาที่ทำมาจากต้นไม้ แล้วหยิบเหล้ากับแก้วเหล้าสองใบจากห้วงมิติออกมา
“ดื่มสักแก้วไหม?”
ชายหนุ่มมานั่งลงตรงโต๊ะ ส่วนไป๋เสี่ยวก็ยืนอยู่ด้านหลังเฟิ่งจิ่ว ชายร่างใหญ่พวกนั้นรอบๆ เห็นหนุ่มน้อยหยิบข้าวของออกมาตามสะดวก ท่าทางมั่นใจไม่กลัวถูกพวกเขาเพ่งเล็งสักนิด แต่ละคนต่างครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
“ดูเจ้าอายุยังไม่มาก เข้ามาได้อย่างไร?” เธอรินเหล้ายื่นไป พลางเอ่ยถามไปตามอารมณ์
“ถูกพวกตาแก่สำนักหวนเอกาจับเข้ามา” เขายกแก้วเหล้าขึ้นดมๆ กลิ่นหอมเหล้า “เข้ามาสองปีกว่า เพิ่งได้กลิ่นหอมเหล้าเช่นนี้เป็นครั้งแรก”
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ หลังจากจิบไปเบาๆ ก็กล่าวว่า “เจ้าอาจพิจารณาเสียหน่อยยังได้ หากติดตามข้าภายหน้าเรื่องกินดีอยู่ดีก็ไม่ใช่ปัญ