ึงรู้แต่ไม่ต้องพูดออกมาก็ได้กระมัง คนเขาอับอายจะแย่แล้ว” หลี่ซื่อกล่าวยิ้ม ๆ ยังจงใจเยาะเย้ยมาอีกว่า “ต่อหน้าประชาชีแบบนี้ หนังหน้าจะหนาแค่ไหนต่อไปก็ไม่มีหน้าไปพบใครอีกแล้วล่ะ!”
หญิงปากสว่างพยายามหลายครั้งแล้วก็ยังปีนขึ้นมาไม่ได้ โมโหจนนั่งลงในนาน้ำทั้งอย่างนั้น “กรี๊ด ๆๆๆ…”
นางร่ำร้องเสียงดัง ใบหน้าแดงก่ำ
สายตาที่มองมาทางเย่อวี๋หรานเหมือนไก่ชนที่ถูกยั่วโทสะอย่างไรอย่างนั้น “หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ เจ้ากล้าหยามข้าแบบนี้ ข้าไม่ปล่อยเจ้าไปแน่…”
เย่อวี๋หรานก็ไม่รู้เหมือนกันว่าฝ่ายตรงข้ามเกลียดชังตนเองเพราะเหตุใด ถึงได้เกลียดชังอย่างลึกล้ำยึดติดเช่นนั้น
ถึงตอนที่เจ้าของร่างเดิมยังอยู่จะทะเลาะกับหญิงปากสว่างอยู่บ่อย ๆ แต่ว่ากันตามจริงก็ไม่ได้ขัดแย้งกันรุนแรงปานนั้น
หลังจากนางมาแล้วก็ไม่ได้ถือสาหาความกับหญิงปากสว่าง แต่ไหนแต่ไรมาก็มีแต่จะทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็ก ทำเรื่องเล็กให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
มีครั้งเดียวเท่านั้นที่หญิงปากสว่างรนหาที่ตายเอง ถึงได้มาขโมยพริกที่นางทุ่มเทปลูกขึ้นมาอย่างยากเย็น นางถึงได้บอกให้เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสปรับเงินหญิงปากสว่างด้วยความโมโห
แต่จะมันเทศหรือนาน้ำหลังจากนั้น นางก็ไม่ได้จดจำความแค้นเก่า ยังให้ครอบครัวนางทำด้วยกันอยู่ไม่ใช่หรือ?
“ข้าไปทำอะไรให้เจ้าอีกแล้ว?” เย่อวี๋หรานกล่าวด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย “ข้าอยู่ห่างเจ้าขนาดนี้ เจ้าลื่นล้มเอง ยังจะมาโทษข้า?”