ดวงตาที่หรี่ลงครึ่งหนึ่งเหลือบมอง สายตาหยุดลงบนร่างอาจารย์สองสามคนกับเยี่ยจิงที่อยู่ไม่ไกล ดูท่าทางเรื่องนี้เธอคงไม่ต้องอธิบายอะไรอีกแล้ว ดังนั้นจึงหมุนตัวเตรียมจะจากไป ตอนกลับจะถือโอกาสแวะเก็บของกินที่ห้องครัวอีกนิดหน่อยด้วย…
รอจนฤทธิ์ยาผ่านไป ไป๋รั่วเฟยที่หน้าขาวซีดเห็นสายตากล่าวโทษจากผู้คนเบื้องล่าง ได้ยินพวกเขาชี้นิ้วด่าทอ เห็นท่าทางโกรธเคืองของอาจารย์พวกนั้น ใจนางหล่นวูบ รู้ว่าตนเองแย่แล้ว
เลือดลมพุ่งขึ้นมา เบื้องหน้าพลันดำมืด ก่อนจะเป็นลมไปเพราะยอมรับเหตุการณ์ต่อไปไม่ได้
“น่ารังเกียจเกินไปแล้ว! สำนักศึกษามีนักเรียนเช่นนี้ น่าเกลียดเหลือเกิน!” อาจารย์หลูผู้อารมณ์ฉุนเฉียวคนนั้นด่ากราด สั่งกับนักเรียนโดยรอบว่า “แก้เชือกนางลงมา คุมตัวไปห้องแนะแนวรอให้รองเจ้าสำนักจัดการ!”
“เยี่ยจิง? เยี่ยจิง?”
เมื่อพวกอาจารย์จะเรียกเยี่ยจิงมาสอบถามสาเหตุ ถึงสังเกตว่าสาวน้อยที่เมื่อครู่ยังอยู่ข้างกายไม่รู้ไปไหนแล้ว เห็นเช่นนี้พวกเขาก็ไม่สนใจ แต่สั่งพวกนักเรียนพาไป๋รั่วเฟยคนนั้นกลับไปรอรับการลงโทษ
ภายในยอดเขาหลัก
“พูดออกมาเอง?” รองเจ้าสำนักมองอาจารย์หลี่ว์ที่เข้ามารายงานอย่างแปลกใจ ถามว่า “ไม่มีใครบังคับถามก็พูดออกมาเอง?”
“ขอรับ เป็นเช่นนี้ ตอนที่พวกเรารีบไปนักเรียนผู้นั้นถูกแขวนไว้บนเสาหินประตูของสำนักพลังวิญญาณ ท่าทางนางตื่นตระหนกและหวาดกลัว อยากจะปิดปากหลายครั้งกลับยังพูดอย่างควบคุมไม่ได้ นักเรี