ทำให้ใคร ๆ พากันรังเกียจ ตอนนี้กลับน้อยนักที่จะเห็นเงาร่างของพวกนาง เพียงได้ยินข่าวลือบ้างเป็นบางครั้งบางคราว
ลือกันว่าลูกสาวสกุลจูหาเงินเก่ง ไม่เพียงแต่ทำชาดเป็น ยังย้อมผ้ากับทำอาหารเป็นอีกต่างหาก ใครได้แต่งนางเข้าบ้านก็เสมือนได้โอบกอดแม่ไก่ที่ออกไข่เป็นทองคำ สะสมบุญกุศลมานับแปดชาติ
“ข้า…” คนผู้นั้นหัวใจรัดแน่น “ข้าไม่ได้บอกว่าจะแต่งลูกสาวแท้ ๆ ของคนเขาเสียหน่อย เด็กสาวที่สกุลจูเลี้ยงดูคนนั้นก็ไม่ได้รึ?”
“คนที่สกุลจูรับเลี้ยง?” อีกฝ่ายตะลึงไป “เจ้าล้อเล่นหรือเปล่า นางไม่มีแม่นะ ได้ยินว่าพ่อของนางก็ไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่…”
“แล้วอย่างไร? นางเป็นคนที่จูต้าเหนียงเลี้ยงมานะ จูต้าเหนียงพูดเองว่าเลี้ยงมาด้วยกันกับลูกสาวตัวเอง ต่อให้พวกนางทำได้ไม่ถึงสิบส่วนของจูปาเม่ย แต่เรียนมาได้สักสองสามส่วนก็พอใช้อยู่ดีไม่ใช่รึ?” คนผู้นั้นกวาดสายตามองกระโปรงของพวกเด็กสาวแล้วกล่าวว่า “เจ้าดูเสื้อผ้าของพวกนางสิว่างามปานไหน เจ้าคิดว่าพวกจูต้าเหนียงจะทำให้นางงั้นรึ?”
“นั่นก็ใช่…”
คนที่ได้ยินก็หวั่นไหวไม่น้อย
เพียงมองกระโปรงของหลินซานเม่ยกับหลินซื่อเม่ยก็ทราบว่าพวกนางมีชีวิตไม่เลว
ทั้งที่เป็นผ้าเนื้อหยาบเหมือนกัน แต่เมื่อย้อมสีและปักลายดอกไม้ออกมาแล้ว กลับให้ผลลัพธ์ที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุนี้หรือไม่ เมื่อพวกนางยืนอยู่ทางนั้น เด็กสาวคนอื่น ๆ ในหมู่บ้านล้วนเทียบไม่ติด เป็นความแตกต่างที่ย