้นหรือ? เสื้อผ้าที่เจ้าใส่ กระเป๋าใส่ตำราของเจ้า ของกินในกระเป๋า มีอันไหนที่พวกข้าไม่ได้ทำบ้าง?”
“อาสะใภ้สี่~” เอ้อร์เป่าออดอ้อนพลางกอดขาหลี่ซื่อเอาไว้ “ท่านดีที่สุดแล้ว มันเทศตากแห้งกับปลาตากแห้งที่ท่านทำให้อร่อยมากเลยขอรับ”
“นี่แน่ะ เรื่องที่ข้าทำดีต่อเจ้ามีแค่มันเทศตากแห้งกับปลาตากแห้งงั้นรึ?” หลี่ซื่อยิ้มขณะจิ้มจมูกเขา “เจ้าเด็กคนนี้ เจ้าเป็นพวกเดียวกับอาสี่ของเจ้าสินะ รู้จักแต่เรื่องกิน เจ้ามาเป็นลูกชายอาสี่ของเจ้าเสียเลยสิ”
“ดีขอรับ!” เอ้อร์เป่าตอบรับเสียงใส
ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าขณะที่หลิ่วซื่อได้ยินวาจานั้น สีหน้าก็พลันเปลี่ยนไป
ต่อจากนั้นก็ได้ยินเอ้อร์เป่าพูดว่า “ข้าเป็นลูกชายให้อาสี่ ถ้าอย่างนั้นก็ให้ซานเป่ากับซื่อเป่ามาเป็นลูกชายของพ่อข้า หนึ่งแลกสอง พ่อข้าได้กำไรแล้ว…”
“เด็กเจ้าเล่ห์คนนี้ ที่แท้ก็หวังเช่นนี้นี่เอง เสียแรงที่ข้าอุตส่าห์ดีต่อเจ้า เจ้าคนเดียวคิดจะแลกกับลูกชายสองคนของข้า ข้าก็ขาดทุนพอดีน่ะสิ ไม่แลก” หลี่ซื่อพูดจาหยอกล้อต่อไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
ตอนนี้เด็ก ๆ โตขึ้นทุกวัน แกล้งยากขึ้นทุกวันแล้ว ยากนักจะมีโอกาสสักครั้ง นางย่อมไม่ปล่อยโอกาสนี้ผ่านไปง่าย ๆ
หลิวซื่อกับหลินซื่อก็หัวเราะเบา ๆ ชมว่าเอ้อร์เป่าเฉลียวฉลาดขึ้นทุกที พูดจาหลอกล่ออาสะใภ้สี่เป็นแล้ว
“โตกว่านี้คงเอาไม่อยู่แล้ว!”
“ฮ่า ๆๆๆ…เด็ก ๆ นี่นา ยิ่งฉลาดก็ยิ่งดี เช่นนี้พอไปอยู่ข้างนอกจึงจะไม่เสียเปรียบคนอื