่าวออกไปตั้งแต่เนิ่นๆ แล้ว เดาว่าอย่างช้าสุดพรุ่งนี้ก็ถึง”
“เช่นนั้นก็ดี” เธอพยักหน้า บอกยิ้มๆ ว่า “ข้าต้องกลับไปก่อน ปลอกหมอนลายนกยวนยางยังปักไม่เสร็จเลย!”
ได้ยินเช่นนี้เขาก็ส่ายหน้า โบกมือให้สัญญาณนางกลับไป
ส่วนอีกด้านหนึ่ง เฟิ่งจิ่วพาพวกเขาไปเดินเล่นรอบๆ ในเมืองซานเจียง กระทั่งเวลาเที่ยงวัน พวกเขาเข้าไปยังชั้นสองของเหลาสุราแห่งหนึ่ง จองโต๊ะไว้สองโต๊ะและนั่งลงสั่งเหล้าปลาอาหารมากินกัน
“ท่านปู่เกิ่ง ถึงเวลานั้นท่านปู่ข้าต้องมารับตัวเจ้าสาวด้วยตัวเองที่เมืองซานเจียง หรือต้องทำอย่างไรเจ้าคะ?” เธอถามอย่างสงสัยอยู่บ้าง พลางรินเหล้าให้เขา
ผู้เฒ่าเกิ่งมือหนึ่งลูบเครา กล่าวว่า “เรื่องนี้รอพวกเรากลับไปปรึกษาหารือกับคนตระกูลหลินเถอะ เมืองซานเขียงนี้ห่างไกลจากพวกเรา หากมารับตัวเจ้าสาว เกรงว่าบนหนทางยาวไกลอาจเกิดเรื่องอะไรขึ้นได้ ด้วยเหตุนี้วิธีที่ดีที่สุดคือรับคนมาอยู่ที่เมืองอวิ๋นเยวี่ยเสียก่อน รอถึงวันมงคลค่อยรับเข้าวัง”
น้ำเสียงเขาชะงักไป บอกอีกว่า “เรื่องนี้พวกเราก็คุยกันที่นี่ก่อนเถอะ ส่วนสุดท้ายจะตัดสินใจเช่นไรยังต้องปรึกษากับคนตระกูลหลินเสียหน่อย”
“เจ้าค่ะ” เธอพยักหน้า เชื่อว่าควรเป็นเช่นนี้เช่นกัน
หลังจากพวกเขาทุกคนทานอาหารในเหลาสุราแล้ว ก็ออกมาเดินเล่นข้างนอกอีกสักสองสามรอบ กระทั่งตกเย็นถึงจะกลับไปตระกูลหลิน และปรึกษาเรื่องที่ว่าถึงเวลาจะรับตัวเจ้าสาวกันอย่างไร
ได้ยินคำพูดจากผู้เฒ่