เตรียมตัวกระมัง!” หลินป๋อเหิงยิ้มๆ ลุกขึ้นเอ่ยอย่างจนใจ “ข้าจะพาพวกเจ้าไปที่เรือนเขาแล้วกัน! เขาต้องซ่อนตัวไม่กล้าพบใครแน่”
ได้ยินแล้วเฟิ่งจิ่วนิ่งไป จากนั้นค่อยมองฮุยหลางและนึกถึงคำพูดของเขาตอนนั้น จึงหัวเราะขึ้นมาอย่างกลั้นไม่อยู่ “ไม่นึกว่าท่านปู่เห็นข้าจะไม่ประหลาดใจ แต่ตกใจเสียมากกว่า! เฮ้อ! นี่ข้าไม่ควรมาใช่ไหม?”
ยามนี้แม้แต่เซวียนหยวนโม่เจ๋อยังยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างอดไม่ไหว ลุกขึ้นยืนพร้อมๆ กับนาง จากนั้นตามหลินป๋อเหิงไปยังเรือนของผู้เฒ่าเฟิ่ง
เวลานี้เอง ผู้เฒ่าเฟิ่งหน้าแดงก่ำกำลังวิ่งไปยังเรือนราวกับมีไฟลนก้น กระซิบพึมพำตลอดทางว่า “แย่แล้วๆ ทำไมแม่หนูเฟิ่งถึงมาหา? หะ หากนางรู้เรื่องข้ากับซู่ซี จะเอาหน้าแก่ๆ นี้ไปไว้ที่ไหน?”
ช่วงเวลานี้ ไหนเลยเขาจะยังจำคำพูดพวกนั้นตอนที่หลินป๋อเหิงสอนสั่งได้? สิ่งที่เขานึกถึงยามนี้มีเพียงหลานสาวเขามาแล้ว แต่ที่นี่เขายังมีผู้หญิงอีกคน! หากนางรู้เรื่องจะคิดอย่างไรกับคนที่เป็นปู่เช่นเขา? จะคิดว่าเขาแก่แล้วไม่รู้จักเคารพตัวเองหรือไม่?
“ทำอย่างไรดีๆ? จะทำอย่างไรดี?”
“ทำอย่างไรอะไร?”
น้ำเสียงอ่อนโยนที่เจือความสงสัยดังมา เขาตกใจสะดุ้งเสียดื้อๆ พลันตบๆ หน้าอกแล้วมองผู้มาใหม่ “ซู่ซี? ทำไมเป็นเจ้า? เจ้ามาได้อย่างไร”
“ข้าอยากมากินอาหารเช้ากับท่าน หลังจากสั่งคนเตรียมอาหารก็ไม่เห็นท่านแล้ว ได้ยินว่ามีคนมาหา กำลังคิดจะไปดูเสียหน่อยก็เห็นท่านวิ่งลนลานเข