้างนอกยังหาซื้อไม่ได้หรอกนะ มีแต่ในหมู่บ้านพวกเขาที่มีของพวกนี้ แต่ถ้ากินหมดก็ต้องรอถึงช่วงเก็บเกี่ยวแล้ว…” เสินกวงจี้เอ่ยเสริม “ซุ่นเต๋อบอกมา”
“ปีนี้พวกเขาปลูกกว่ามากเดิมใช่ไหม? ถึงตอนนั้นก็คงหาซื้อได้แล้วล่ะ”
“อื้ม! ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าบอกว่าปีนี้ทุกคนในหมู่บ้านพวกเขาล้วนปลูกมันเทศ หมู่บ้านข้าง ๆ ก็ปลูกเหมือนกัน…ถึงตอนนั้นก็คงหาซื้อง่ายขึ้นแล้ว” เสินกวงจี้ดูเหมือนจะชอบกินมันเทศมากทีเดียว “ข้าบอกท่านย่าแล้วว่าถึงตอนนั้นจะต้องหาซื้อกลับมาให้ได้ จะเอาไปย่างกินหรือทำเป็นมันเทศตากแห้งก็อร่อยทั้งนั้น”
“คนตะกละอย่างเจ้าแค่เห็นก็รู้แล้วว่าต้องซื้อแน่”
“ฮิ ๆๆๆ…”
เสินกวงจี้เพียงหัวเราะ ไม่ได้ปฏิเสธ
พวกเขาสองคนคุยกันเรื่องนั้นเรื่องนี้ ขณะใคร่ครวญว่าจะวกเข้าประเด็นสำคัญอย่างไรดี
หลิวเจี้ยนถงอยากถามเสินกวงจี้ว่า รู้หรือไม่ว่าคู่หมายที่อาจารย์เสินมาเป็นพ่อสื่อให้คือใคร ส่วนเสินกวงจี้อยากรู้ว่า ศิษย์พี่ผู้นี้มีความคิดอยากเป็นพี่เขยของตนหรือเปล่า
กล่าวตามตรงแล้ว เสินกวงจี้ไม่ได้รังเกียจหลิวเจี้ยนถง ถึงเขาจะเล่นกับจูชีสนุกกว่า แต่ก็ทราบว่าพี่สาวของเขาต้องการสามีที่เป็นผู้ใหญ่มากกว่า
“แค่ก ศิษย์พี่กลับมาแล้ว ได้พบพ่อข้าแล้วกระมัง?”
“อืม พบแล้ว พอกลับมาก็ไปพบอาจารย์เลย ทำไมหรือ เจ้าเด็กคนนี้ ไปได้ยินเรื่องอะไรมา?”
“ฮิฮิ!” อยากรู้อะไรก็ได้รู้เลยนี่นา เสินกวงจี้หัวเราะเล็กน้อยแล้วกล่าวอย่างคลุมเครือ