เปิดสำนักศึกษาอยู่ในสถานที่เล็ก ๆ อย่างตำบลอันจิ่ว ถ้าเขาจะสอบระดับสูงกว่านี้ อาจารย์ก็คงช่วยอะไรไม่ได้
“ทำไมท่านไม่พูดอะไรเลยเล่า? หมายความว่าอะไร? จะตอบตกลงหรือไม่ตกลง?” เสินกวงจี้เป็นห่วงพี่สาวของตนเองจึงพูดเตือนอย่างไม่พอใจว่า “ศิษย์พี่เจี้ยนถง ข้าบอกท่านก็ได้ว่าพี่สาวข้าจะแต่งกับท่านหรือไม่ ยังต้องถามความเห็นของพี่สาวข้าก่อน ท่านพ่อท่านแม่ไม่อยากให้พี่สาวข้าแต่งให้คนที่ไม่คุ้นเคยกัน ท่านเป็นลูกศิษย์ของพ่อข้า พ่อข้ารู้นิสัยใจคอของท่าน คิดว่าท่านพึ่งพาได้…ไม่อย่างนั้น ท่านคิดว่าท่านจะได้เจอเรื่องดี ๆ อย่างนี้งั้นหรือ?”
“ท่านอยากแต่งก็แต่ง ไม่อยากก็ไม่เห็นจะเป็นไร อย่ามาอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ พี่ข้าไม่ได้ขายไม่ออกสักหน่อย”
“อีกอย่าง เรื่องนี้อย่าเอาไปพูดเหลวไหลข้างนอกเชียวนะ เรื่องเกี่ยวพันถึงชื่อเสียงของพี่ข้า ถ้าท่านกล้าทำให้พี่สาวข้าเสื่อมเสีย ข้ากับท่านพ่อไม่ละเว้นท่านแน่”
……
หลิวเจี้ยนถงรู้สึกหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกต่อการข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเด็ก ๆ ของเสินกวงจี้ เขาตอบว่า “ข้าไม่ใช่คนแบบนั้นเสียหน่อย พ่อเจ้าเป็นอาจารย์ของข้า ข้ายังเป็นปัญญาชน ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุไหน ข้าก็ไม่ควรล้อเล่นกับชื่อเสียงของผู้หญิง”
“เช่นนั้นก็ดี!” ครั้นได้รับคำตอบรับจากอีกฝ่าย เสินกวงจี้ก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ
หลิวเจี้ยนถงพยายามอธิบาย “การแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ไม่อาจเอามาล้อเล่น เจ้าก็คงอยากให้ข้าจริงจังกับเรื่องนี