เสินกวงจี้พบว่าตัวเองพลั้งปากพูดออกไปแล้วจึงรีบปิดปาก มองอีกฝ่ายด้วยความตกใจ “ท่านทำเกินไปแล้ว! ข้าบอกไว้เลย ต่อไปถ้าอยากให้ข้าเปลี่ยนใจไม่ง่ายหรอกนะ…”
หลิวเจี้ยนถงที่ถูกข่มขู่ในที่สุดก็ได้คำตอบที่ต้องการแล้ว แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าอาจารย์มาเป็นพ่อสื่อให้ลูกสาวของตัวเอง?!
เขาค่อนข้างตกใจ “พี่เจ้า?!”
“ท่านหมายความว่าอย่างไร?”
“เปล่า ข้าไม่คิดว่าจะเป็นพี่เจ้า…”
ความคิดของหลิวเจี้ยนถงยุ่งเหยิงไปหมด กลัวว่าเสินกวงจี้จะเข้าใจผิดจึงรีบอธิบายว่าตอนนั้นอาจารย์เพียงบอกว่ามาทาบทามเขา แต่เขาปฏิเสธไปโดยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร
“ท่านหมายความว่าอย่างไร? ท่านไม่อยากเป็นพี่เขยของข้างั้นหรือ?” เสินกวงจี้ลุกขึ้นด้วยสีหน้าไม่พอใจ
พวกเขาเป็นสหายร่วมสำนักเชียวนะ แต่ศิษย์พี่ไม่เต็มใจเป็นพี่เขยของเขา?
อีกฝ่ายไม่เต็มใจ เขาก็ไม่เต็มใจเหมือนกัน!
“ไม่ใช่อย่างนั้น เจ้าเข้าใจผิดแล้ว…” หลิวเจี้ยนถงรีบดึงเขาเอาไว้ อธิบายว่า “ข้าไม่คิดว่าจะเป็นพี่สาวเจ้า ข้านึกว่าเป็นคนอื่นจึงปฏิเสธไป…”
“แล้วท่านหมายความว่าอย่างไรกันแน่? ท่านจะสื่อว่าถ้าท่านรู้แต่แรกว่าเป็นพี่สาวข้าก็จะไม่ปฏิเสธงั้นรึ?” เสินกวงจี้ถาม
หลิวเจี้ยนถงพูดไม่ออก “…”
เขาพูดได้หรือว่าเขาไม่เคยคิดไปถึงครอบครัวของอาจารย์ เขาจึงไม่รู้ว่าถ้าเป็นคุณหนูเสิน เขาจะตอบตกลงหรือไม่
ถ้าเป็นลูกเขยของอาจารย์ อาจารย์จะต้องทุ่มเทเพื่อเขาเต็มความสามารถแน่นอน แต่อาจารย์เพียง