องเขาก็ถูกศิษย์ร่วมสำนักคนอื่น ๆ ขนมากองไว้ในห้องพักเรียบร้อยแล้ว
เจ้าตัวไม่อยู่ด้วย พวกเขาก็ไม่สะดวกใจจะเปิดสัมภาระออกมาคุ้ยดูสิ่งของของคนอื่น
“ศิษย์พี่เจี้ยนถง ท่านกลับมาแล้ว รีบมาดูเถอะขอรับว่าข้าวของครบไหม?”
“คงไม่มีอะไรหายไปหรอกนะ?”
“พวกข้าขนของจากบนเกวียนลงมาให้ท่านหมดแล้ว”
……
หลิวเจี้ยนถงยื่นศีรษะเข้าไปมองเล็กน้อยก็ยิ้มตอบว่า “ขนลงมาหมดแล้ว ครบแล้ว ขอบคุณทุกคนมาก!”
“ไอ้หยา มีอะไรต้องขอบคุณกันด้วย พวกเราเป็นลูกศิษย์ร่วมสำนักเดียวกันก็สมควรช่วยเหลือซึ่งกันและกันอยู่แล้ว”
ยังมีคนเดินยิ้มเข้ามาหา บอกให้เขาช่วยเล่าเรื่องตอนไปสอบฝู่ซื่อให้ฟัง
ใครคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า “เล่าอะไรกัน ศิษย์พี่เจี้ยนถงเดินทางมาไกล คงเหนื่อยแย่แล้ว ไม่รู้ว่าได้กินข้าวหรือยัง”
“จริงด้วย ศิษย์พี่เจี้ยนถง ท่านได้กินข้าวหรือยัง? ถ้ายังไม่ได้กิน พวกข้าไปซื้อก๋วยเตี๋ยวเส้นมันเทศจากข้างนอกมาให้ท่านสักชามดีไหม? ก๋วยเตี๋ยวเส้นมันเทศของบ้านซุ่นเต๋ออร่อยมากเลยนะ”
แววตาของหลิวเจี้ยนถงสว่างวาบ “ซุ่นเต๋อ…ทำไมไม่เห็นเขาเลยเล่า?”
“อ้อ ท่านคงยังไม่รู้สินะ ซุ่นเต๋อกำลังจะไปเรียนที่โจวเสวีย ต่อไปคงไม่ได้กลับมาหาพวกเราแล้ว”
ทันใดนั้นก็มีคนนึกอิจฉา พูดว่าคิดไม่ถึงว่าในบรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งหลาย จูชีเข้าสำนักศึกษามาช้าที่สุด แต่กลับได้จากไปก่อนใคร
โจวเสวียเป็นสถานศึกษาของทางการเชียวนะ ไม่ใช่สถานที่ที่คนทั่วไปจะสามารถเข้าไปไ