อาจารย์เสินกล่าว
“ประสบความสำเร็จก่อนค่อยแต่งอะไรกัน คงไม่ได้ดูแคลนท่านจึงจงใจบอกปัดหรอกใช่ไหม?” สีหน้าของเสินฮูหยินเปลี่ยนไปในพริบตา
นางไม่เชื่อหรอกว่าหลิวเจี้ยนถงอายุมากขนาดนี้แล้วจะยังไม่อยากแต่งงานจริง ๆ แต่คิดว่าเป็นเพราะเขาสอบเป็นถงเซิงได้แล้วจึงดูถูกอาจารย์ที่ไม่มีตำแหน่งอะไรติดตัวมากกว่า
“เจ้าคนนี้…มาตัดสินคนอื่นส่งเดชเช่นนี้ได้อย่างไร?” อาจารย์เสินได้ยินอย่างนั้นก็ชักจะไม่พอใจ “ข้าเป็นคนสอนเจี้ยนถงมากับมือ เขาเป็นคนอย่างไร ข้ายังจะไม่รู้อีกหรือ? เขาไม่ใช่คนแบบนั้นเด็ดขาด เขายังไม่ได้ถามด้วยซ้ำว่าข้าจะแนะนำใครให้ก็บอกปัดทันที ถ้าเขาปฏิเสธเพราะดูถูกข้าจริง ๆ เขาก็น่าจะถามข้าสักคำว่ามาเป็นพ่อสื่อให้ใคร จริงไหม?”
“เขาไม่ได้ถาม?”
“ไม่ได้ถาม”
“แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย” เสินฮูหยินรู้สึกดีขึ้นบ้าง แต่นางก็นึกถึงปัญหาข้อหนึ่งขึ้นมาได้ “ตอนนี้จะทำอย่างไร? คราวก่อนข้าคิดว่าซุ่นเต๋อไม่เลว ท่านกลับคิดว่าไม่ได้ คราวนี้ท่านคิดว่าเจี้ยนถงใช้ได้ แต่เขากลับไม่อยากแต่งงาน ท่านคิดจะให้ลูกสาวแต่งให้ใคร?”
“เอ่อ…” ยามนั้นอาจารย์เสินก็ไม่มีตัวเลือกที่เหมาะสมอื่นอีกจึงตอบว่า “จะรีบร้อนไปทำไม? นางยังไม่เริ่มดูตัวเลยไม่ใช่หรือ ค่อยเป็นค่อยไปเถอะ เดี๋ยวก็คงได้พบคนที่เหมาะสม ไม่ต้องใจร้อน”
หลิวเจี้ยนถงไม่ได้รู้เลยว่า หลังจากเขาออกไปแล้ว ทางด้านอาจารย์ยังมีเรื่องนี้ตามมา
เมื่อเขากลับไปถึงที่พัก สัมภาระข