ญาชนย่อมรักศักดิ์ศรีเป็นธรรมดา
“เฮ้อ…” อาจารย์เสินทอดถอนใจ “เดิมทีนั้นข้ามีคู่หมายที่สมน้ำสมเนื้ออยากแนะนำให้เจ้า น่าเสียดายที่เจ้าไม่เต็มใจจะแต่งงานเร็ว ได้แต่ปล่อยผ่านไปทั้งอย่างนี้แล้ว”
หลิวเจี้ยนถงค่อยระบายลมหายใจออกมา
เป็นจริงดังคาด ยังดีที่อาจารย์เป็นคนมีเหตุผล ไม่อย่างนั้น…
ช้าก่อน เขายังไม่รู้เลยนี่นาว่าอาจารย์มาทาบทามเขาให้ตระกูลไหน?
ทันใดนั้น หลิวเจี้ยนถงก็รู้สึกว่าตนเองขาดทุนอยู่บ้าง
ถ้าอาจารย์ทาบทามเขาให้ตระกูลใหญ่ แต่เขากลับปฏิเสธไปทั้งอย่างนี้ แบบนั้นก็น่าเสียดายมากน่ะสิ?
หากน่าเสียดาย เพราะเขาไม่เต็มใจแต่งงานเร็ว อาจารย์เสินไม่มีโอกาสพูดจาตามประสาพ่อตากับลูกเขยจึงค่อนข้างผิดหวัง หมดอารมณ์จะเสวนาต่อ เขาโบกมือน้อย ๆ บอกให้อีกฝ่ายออกไปจากห้อง
เมื่อเดินออกมาข้างนอก หลิวเจี้ยนถงยังมีสีหน้าเสียอกเสียดาย เขาน่าจะถามอาจารย์ให้ชัดเจนก่อนว่าอีกฝ่ายคือตระกูลไหน
อีกด้านหนึ่ง เสินฮูหยินได้ยินว่าสามีได้พบกับลูกศิษย์แล้วก็นั่งไม่ติดที่ หาข้ออ้างมาถามสถานการณ์ทางฝั่งนี้ทันที
อาจารย์เสินเห็นนางมาหาก็ถอนหายใจพลางส่ายศีรษะ
“ทำไมหรือ เขาไม่เห็นด้วย?” เสินฮูหยินประหลาดใจมาก
หลิวเจี้ยนถงเป็นลูกศิษย์ของสามีนาง เขาต้องขวัญกล้าปานไหนจึงกล้าปฏิเสธสามีของนาง?
ในสายตาของนาง เรื่องนี้แค่สามีเอ่ยปากก็สำเร็จไปเก้าในสิบส่วนแล้ว
“ไม่ใช่อย่างนั้น เขายังไม่อยากแต่งงาน อยากประสบความสำเร็จก่อนค่อยแต่ง…”