ยสนับสนุนให้เขาสอบระดับสูงกว่านี้ เขาจึงปฏิเสธไปแล้ว…รู้ดีแก่ใจว่าตัวเองสอบไม่ได้ ยังจะรับเงินจากคนอื่นเพื่อสอบต่อไป แบบนั้นมิขายหน้าแย่หรือ?
ไม่มีใครเป็นคนโง่ พ่อค้าเหล่านั้นก็เช่นกัน ทว่าพวกเขาเห็นศักยภาพในตัวหลิวเจี้ยนถงจึงอยากเดิมพันสักยกก็เท่านั้น
ในเมื่ออยากเดิมพันสักครั้ง แล้วเหตุใดจึงไม่ไปหาคนที่มีศักยภาพกว่านี้?
ย่อมเป็นเพราะพวกเขาไม่มีความสามารถในการแข่งขันมากพอ คนที่เก่งกว่านี้จึงถูกพ่อค้าที่เงินหนากว่าชิงตัวไปหมดแล้ว ได้แต่มาเลือกคนที่ยังเหลืออยู่
เลือกไปเลือกมา ก็เลือกมาถึงเขา
ศักดิ์ศรีของหลิวเจี้ยนถงไม่อนุญาตให้รับปาก ทำไมเขาต้องเป็น ‘เศษเหลือ’ จากการเลือกของคนอื่นด้วย?
เขาทั้งไม่ยินดีและไม่เต็มใจ
เพื่อรักษาศักดิ์ศรีอันน้อยนิดของตัวเองไว้ เขาจึงปฏิเสธไปอย่างหนักแน่น
แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าพ่อค้าคนนั้นจะจิตใจคับแคบปานนั้น ถึงขั้นซื้อตัวชายชราสารถีรถม้าผู้นั้นมาสร้างความลำบากใจให้เขา
โทสะอัดแน่นอยู่เต็มอก แต่ไม่อาจระบายออกมา ได้แต่กล้ำกลืนลงไป
ยามนี้นึกขึ้นมาคราใดก็รู้สึกอึดอัดคับข้องใจ
สายลมเอื่อยเฉื่อยชักนำความเย็นเบาบางผ่านมา หลังตรากตรำเดินทางอยู่หลายวัน ในที่สุดหลิวเจี้ยนถงก็กลับมาถึงตำบลอันจิ่ว
“ศิษย์พี่เจี้ยนถงกลับมาแล้ว!”
“ยินดีด้วยขอรับ ศิษย์พี่เจี้ยนถง ท่านสอบเป็นถงเซิงได้แล้ว!”
……
เสียงพูดคุยเซ็งแซ่ สำนักศึกษาสกุลเสินเปลี่ยนเป็นคึกคักขึ้นมา พวกเขาแสดงความดีใจต่