ี้ยนถงไม่รู้เรื่องที่อาจารย์เสินมีความคิดจะยกลูกสาวให้ตนเอง เขาเพิ่งออกมาจากงานเลี้ยงฉลอง ตระเตรียมจะเดินทางกลับ
ในสายตาของราชสำนัก ฝู่ซื่อเป็นเพียงสนามสอบเล็ก ๆ เท่านั้น ซิ่วไฉก็ยังไม่ใช่ ทางการย่อมไม่จัดงานเลี้ยงใหญ่โตอันใด อย่างมากก็คงเหมือนกับที่ตำบลอี้คัง มีขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่ดูแลการสอบออกหน้าจัดงานเลี้ยงอย่างเรียบง่าย แล้วเชื้อเชิญถงเซิงที่สอบผ่านมารวมตัวกันเพื่อแสดงความยินดี
ในโอกาสเช่นนี้ก็ไม่มีที่ให้หลิวเจี้ยนถงได้เป็นดาวเด่น คนที่จะได้รับคำอวยพรว่าสำเร็จสมประสงค์ อนาคตยาวไกลไม่สิ้นสุด ก็มีแต่คนที่สอบได้ดีมาก ๆ เท่านั้นแหละ
ยกตัวอย่างเช่น คุณชายเยี่ยนที่คว้าตำแหน่งฝู่อั้นโฉ่ว*[1]มาได้
ชื่อเสียงของเขาในตำบลอี้คังขจรมาไกลจนถึงที่นี่แต่แรก ประกอบกับถือกำเนิดในตระกูลเยี่ยนซึ่งเป็นตระกูลใหญ่อันดับต้น ๆ ของตำบลอี้คังจึงได้รับความสำคัญจากขุนนางชั้นผู้ใหญ่
นับแต่งานเลี้ยงเริ่มต้น เยี่ยนเหออันก็ถูกเรียกตัวไปพูดคุยกับขุนนางทั้งหลาย
กล่าวจากใจจริง หลิวเจี้ยนถงที่นั่งอยู่ข้างล่างพลันรู้สึกเหมือน ‘ท่านโดดเด่นเหนือสามัญ ข้านั้นคือปุถุชนคนธรรมดา’ ในใจเต็มไปด้วยความอิจฉาตาร้อน
ถ้า…
ถ้าคนสอบได้ที่หนึ่งคือเขา จะดีแค่ไหนกัน?
ถ้าเป็นเขา เขาก็สามารถไปนั่งตำแหน่งหน้าสุดแทนเยี่ยนเหออัน ได้เสวนากับขุนนางใหญ่อย่างใกล้ชิด เป็นเรื่องเชิดหน้าชูตาปานไหน
หลิวเจี้ยนถงถึงขั้นคิดว่า ถ้าจูชีมาเข้าร่วมการส